
ช่วงชิงนาที เวลาแห่งความเป็น-ความตาย
แต่ละนาทีที่ผ่านไปเป็นช่วงเวลาระหว่างความเป็น-ความตาย สำหรับผู้ได้รับอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด
สิ่งสำคัญและสิ่งเดียวที่จะลดโอกาสแห่งความสูญเสียในช่วงเวลาวิกฤติเช่นนี้ได้ คือ การดูแลรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงที นั่นคือ ชีวิต ที่ต้องถึง “มือแพทย์” ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
นพ.เอกกิตติ์ สุรการ ผู้อำนวยการศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า ศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพ พร้อมรับคนไข้จากสถานพยาบาลจากทั่วประเทศ โดยเฉพาะผู้บาดเจ็บที่มีอาการหนัก และมีภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยจำเป็นต้องมีทีมแพทย์-พยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญให้การดูแลตั้งแต่การรักษาเบื้องต้น จนถึงการส่งต่อผู้ป่วยให้ถึงมือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วยพาหนะที่เหมาะสมกับการลำเลียง ผู้ป่วยเร่งด่วนในรัศมี 300 กิโลเมตร จะพิจารณาใช้เฮลิคอปเตอร์เนื่องจากเดินทางรวดเร็ว แต่ถ้าเป็นผู้ป่วยที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลมาก เช่น เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี ฯลฯ จะพิจารณาใช้เครื่องบินเช่าเหมาลำ พร้อมทีมแพทย์-พยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลผู้ป่วยอุบัติเหตุโดยเฉพาะ ให้บริการครอบคลุมพื้นที่ทั้งในเขตประเทศเพื่อนบ้าน การลำเลียงผู้ป่วยด้วยเฮลิคอปเตอร์จะพิจารณาที่ความเร่งด่วนของปัญหาผู้ป่วย โดยทั่วไปถ้าเป็นผู้ป่วยอุบัติเหตุก็จะมีศัลยแพทย์ 1 ท่าน และทีมพยาบาลเวชศาสตร์การการบิน 1-2 คน เพื่อดูแลผู้ป่วย
ศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพ มีระบบคัดกรองผู้บาดเจ็บ (Triage System) ถือเป็นมาตรฐานในการประเมินและคัดกรองผู้ป่วย โดยการแยกแยะ จัดลำดับผู้บาดเจ็บตรงตามสภาพ ระดับความรุนแรง จัดกลุ่มและวิเคราะห์อาการนำ (Chief Complaint) ของผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการตรวจรักษาที่รวดเร็วตามมาตรฐานเดียวกัน โดยมีความพร้อมทั้งทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานสนับสนุน เช่น ห้องผ่าตัด, ไอซียู, ธนาคารเลือด เพื่อให้สามารถรับดูแลผู้ป่วยที่มีอาการหนัก ทำให้การดูแลรักษาผู้ป่วยอุบัติเหตุได้ผลการรักษาที่ดี
โดยมีหลักการสำคัญ คือ ผู้ป่วยทุกรายที่ประสบอุบัติเหตุ ได้รับการปฐมพยาบาล และนำส่งโรงพยาบาลอย่างเหมาะสม รวดเร็ว
การปฏิบัติการ 24 ชม. ในส่วนของอุบัติภัยของโรงพยาบาลกรุงเทพ ตั้งขึ้นตอนเหตุการณ์สึนามิ แต่ในตอนนั้นยังไม่ได้ตั้งเป็นศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพ และพอเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ซานติก้า มีคนไข้เข้ามาก็เปิดไอซียูได้เดี๋ยวนั้นทันที 10 กว่าเตียง เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2552 เพราะเล็งเห็นว่า ต้องมีความจำเป็นในการดูแลคนไข้ให้กลุ่มนี้ได้ และมีความพร้อมเพียงพอในการรองรับคนไข้อุบัติเหตุพร้อมกันเป็นจำนวนมาก การซ้อมแผนรับมืออุบัติภัย มีทั้งการเตรียมความพร้อมในโรงพยาบาล การประสานงานในโรงพยาบาลเครือข่าย เพื่อให้มีความพร้อมในการรับผู้ป่วยมากขึ้น เห็นได้จากเหตุการณ์เครื่องบินไถลออกนอกรันเวย์ที่เกาะสมุย ทางศูนย์ได้ประสานงานกับโรงพยาบาลในพื้นที่ ให้การดูแลตั้งแต่ที่เกิดเหตุ จนถึงมือทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
บริการฉุกเฉินเริ่มจาก รถมอเตอร์ไซค์ฉุกเฉิน (Motorlance) เพราะปัญหาหลักของกรุงเทพฯ คือเรื่องรถติด ถ้าได้รับแจ้ง แต่รถพยาบาลเข้าไม่ถึงในเวลาอันรวดเร็ว ก็จะส่งทีมรถมอเตอร์ไซค์พร้อมกับอุปกรณ์การแพทย์ไปถึงผู้ป่วยก่อน เพื่อให้สามารถรักษาพยาบาลเบื้องต้น ส่วนใน รถพยาบาลฉุกเฉิน (Mobile ICU) มีขีดความสามารถในการรับผู้ป่วยอาการหนักเพื่อเดินทางมารักษายังโรงพยาบาลกรุงเทพ ระหว่างทางสามารถให้การรักษาเพื่อให้คนไข้มีอาการดีขึ้น หรือว่ามีความพร้อมในการเข้ารับการตรวจรักษาเข้าการผ่าตัดต่อไปได้ ลักษณะเดียวกันกับไอซียู ทีมที่ปฏิบัติการอยู่ในโมบายไอซียูก็ต้องเป็นคุณหมอที่เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉินแล้วก็พยาบาลจากแผนกฉุกเฉินที่ร่วมทำงานด้วยกัน
อีกบริการหนึ่งก็คือ รถพยาบาลหัวใจฉุกเฉิน (Mobile CCU) ที่มีอุปกรณ์พิเศษช่วยคนไข้โรคหัวใจที่มีอาการหนัก เช่น ใช้บอลลูนเข้าไปช่วยการเพิ่มการเต้นของหัวใจ ปกติเครื่องมือนี้ต้องอยู่ในซีซียูเฉพาะผู้ป่วยโรคหัวใจในโรงพยาบาลเท่านั้น แต่โรงพยาบาลกรุงเทพเห็นความจำเป็น และดัดแปลงอุปกรณ์นี้เข้าไปติดตั้งในรถ รวมทั้งติดตั้งในเฮลิคอปเตอร์ด้วย
สนับสนุนข้อมูลโดย ศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพ
โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร.1719



