
สัญญานะ...ว่า"เธอ"จะเป็นหุ้นส่วนสำคัญที่จะต่อสู้โรคร้ายด้วยกัน
ที่ผ่านมา ไทยและสหรัฐอเมริกาได้สร้างความก้าวหน้าอย่างใหญ่หลวงในการต่อสู้กับภัยเอดส์ทั่วโลกร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง และในวาระ วันเอดส์โลก วันที่ 1 ธันวาคมปีนี้ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา เอริค จี. จอห์น จึงส่งบทความเพื่อยืนยันถึงความร่วมมือนั้น ทั้งพร้อมจะส
ลองมาฟังคำมั่นสัญญาจากท่านทูตเลยดีกว่า จะเป็นจริงได้แค่ไหนกัน
เมื่อเพียงหกปีก่อน มีประชาชนแค่ราว 5 หมื่นคน ในประเทศที่อยู่ใต้ทะเลทรายซาฮาราในทวีปแอฟริกาเท่านั้น ที่มีสิทธิเข้าถึงยาต้านไวรัส แต่ในปัจจุบัน องค์การอนามัยโลกประเมินตัวเลขว่ามีประชากรกว่า 4 ล้านคน ในประเทศที่มีรายได้ต่ำและรายได้ปานกลางที่ได้รับการบำบัดรักษาเชื้อเอชไอวี สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกามีความภูมิใจที่จะกล่าวว่า ด้วยความร่วมมือจากหลายๆ ฝ่าย ประชาชนชาวอเมริกันได้มีส่วนให้การสนับสนุนการบำบัดรักษาผู้ติดเชื้อจำนวนกว่าครึ่งหนึ่งที่อยู่ภายใต้แผนการฉุกเฉินของประธานาธิบดีเพื่อบรรเทาปัญหาเอดส์ (U.S. President’s Emergency Plan for AIDS Relief - PEPFAR)
แผน PEPFAR เริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2546 และถือเป็นพันธกรณีที่ใหญ่ที่สุดของประเทศใดๆ ในโลกในการต่อสู้โรคร้ายในประวัติศาสตร์ นอกจากนั้น รัฐบาลสหรัฐยังเป็นประเทศแรก รวมทั้งเป็นประเทศที่ให้การสนับสนุนกองทุนโลกเพื่อสู้กับปัญหาเอดส์ วัณโรค และมาลาเรียรายใหญ่ที่สุด เราจะยังคงดำเนินการนี้ต่อไปด้วยการทำงานร่วมกับรัฐบาลและองค์กรประชาสังคมในประเทศไทยและทั่วโลก
โครงการ PEPFAR ของเราดำเนินแนวทางส่งเสริมงานวิจัยด้านการป้องกันและบำบัดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ขณะที่องค์การความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USAID) ให้การสนับสนุนสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน (PDA) ของไทย ซึ่งโครงการ Positive Partnership Project ของสมาคม มีวัตถุประสงค์ให้เงินกู้ระดับชุมชนและเงินกู้ย่อยแก่วิสาหกิจขนาดเล็กที่เป็นหุ้นส่วนระหว่างบุคคลที่ติดเชื้อเอชไอวีกับบุคคลที่ไม่ติดเชื้อเอชไอวี
ด้านศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ก็ดำเนินงานวิจัยร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและสถาบันอื่นๆ เช่น กรุงเทพมหานคร มหาวิทยาลัยมหิดล และโรงพยาบาลในภูมิภาคต่างๆ โดยโครงการหนึ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการลดอัตราการแพร่เชื้อเอชไอวีจากมารดาสู่บุตรนั้น เป็นผลมาจากนโยบายระดับชาติที่เข้มแข็งของไทย และความร่วมมือของ CDC
นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์อเมริกันและไทยทั้งจากสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนที่ร่วมมือกันผ่านสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร (AFFRIMS) ก็ประสบความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ในการต่อสู้กับเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์ด้วยการทดลองวัคซีน ผลงานของพวกเขาเป็นหลักฐานชิ้นแรกที่แสดงให้เห็นว่า การพัฒนาวัคซีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิผลนั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปได้
สหรัฐมุ่งหวังที่จะให้การสนับสนุนในเรื่องนี้ต่อไป และเรามุ่งมั่นที่จะสานต่อความพยายามของเราเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวีในประเทศไทย อย่างไรก็ดี เราทราบว่าความสำเร็จในการป้องกัน การบำบัดรักษา และการดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวีในอนาคตนั้นต้องเผชิญกับอุปสรรคบางประการ เราจึงต้องการความช่วยเหลือจากท่านเพื่อเอาชนะอุปสรรคดังกล่าว การต่อสู้นี้เป็นการต่อสู้ระดับโลก และในขณะที่ PEPFAR เดินหน้าต่อไป สหรัฐก็ต้องการทำงานร่วมกับท่านและประเทศคู่ความร่วมมือของเราทั่วโลกเพื่อสนับสนุนความเป็นผู้นำของไทยในการยุติโรคระบาดร้ายแรงนี้
ในช่วงห้าปีข้างหน้า สหรัฐจะมุ่งเน้นความร่วมมือกับไทยเป็นพิเศษ เพื่อจัดตั้งโครงการเอชไอวีและโรคเอดส์แห่งชาติ สถานทูตสหรัฐในประเทศไทยได้ประจักษ์ด้วยตนเองถึงความสำคัญของการที่ประเทศต่างๆ เป็นเจ้าของโครงการด้านโรคเอดส์เอง และเราจะทำงานกับทุกภาคส่วนของไทย ต่อไปในขณะที่ท่านกำหนดแผนยุทธศาสตร์และโครงการเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์ นอกจากนี้ สหรัฐจะสนับสนุนความเป็นผู้นำของไทยในการทำให้ทุกคนมีสิทธิเข้าถึงยาอย่างถ้วนหน้า
แต่เราทราบดีว่า โครงการด้านเอชไอวีและโรคเอดส์เพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถเอาชนะโรคร้ายนี้ได้ ในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มด้านอนามัยโลกของสหรัฐ (United States’ Global Health Initiative) ซึ่งประธานาธิบดีบารัก โอบามา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฮิลลารี รอดดัม คลินตัน เคยชี้แจงมาแล้ว PEPFAR จะสนับสนุนความพยายามของไทยที่จะขยายสิทธิในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ สำหรับโรคอื่นๆ ด้วย เช่น วัณโรค มาลาเรีย การดูแลสุขอนามัยแม่และเด็ก และการวางแผนครอบครัว และรวมบริการเหล่านี้เข้าไว้ในโครงการด้านเอชไอวีและโรคเอดส์
โดยในขณะที่เราร่วมมือกันเพื่อเอาชนะเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์นี้ เราต้องระลึกไว้เสมอว่า เราต้องแก้ปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนที่เป็นตัวผลักดันให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวี และด้วยความพยายามเหล่านี้ ชาวไทยจำนวนมากขึ้นจะได้รับการดูแลซึ่งจำเป็น และเราจะสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบสุขภาพของไทยเพื่ออนาคต
สหรัฐมุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์ และเราจะให้การสนับสนุนอย่างแน่วแน่ต่อไป
ในวันที่ 1 ธนวาคม ซึ่งเป็นวันเอดส์โลกปี พ.ศ.2552 เราขอยืนยันในความมุ่งมั่นของเราอีกครั้งหนึ่ง ที่จะสานต่อความสำเร็จของเราและจะให้การสนับสนุนไทยเพื่อการต่อสู้กับโรคร้ายนี้ต่อไป
เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา เอริค จี. จอห์น



