ไลฟ์สไตล์

 ศูนย์บริบาลช้าง"บ้านปางหละ"ที่พักพิงบั้นปลายชีวิตช้างไทย

ศูนย์บริบาลช้าง"บ้านปางหละ"ที่พักพิงบั้นปลายชีวิตช้างไทย

29 พ.ย. 2552

บนแนวถนนสายลำปาง-งาว ต.บ้านหวด อ.งาว จ.ลำปาง ครอบคุลมพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ ซึ่งถูกโอบล้อมด้วยขุนเขา ป่าธรรมชาติ ที่พรั่งพร้อมด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร สมุนไพรนับ 200 ชนิด ในยามที่พระอาทิตย์สาดส่องตกกระทบกับช่องเขาอันสูงตระหง่าน เราจะได้สัมผัสเสียงของเหล่าโขล

 ความที่ “ช้าง” มีขวัญ 32 ขวัญ จึงมักมีพิธีสู่ขวัญช้างภายหลังเสร็จสิ้นฤดูกาลทำงานของช้างในทุกๆ ปี เพื่อความเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ควาญช้าง ในการอนุรักษ์ช้างไทย

 สอดคล้องกับคำกล่าวของ มณทิพย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน หน.ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งกล่าวในพิธีเปิดงานโครงการบ้านพักช้างชราปางหละเทิดพระเกียรติ เหลือง-ฟ้า มหามงคลว่า ปัจจุบันช้างลดลงอย่างรวดเร็ว บวกกับถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติลดน้อยลงด้วย ช้างจึงถูกเลี้ยงอย่างเร่ร่อน กระทรวงโดยองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้จึงจัดสถานที่ดูแลเป็นการเพิ่มแหล่งพืชอาหารและสมุนไพรเพื่อให้ช้างมีชิวิตอยู่จนวาระสุดท้าย

 คำบอกเล่าข้างต้น แสดงถึงความหวังว่า ช้างไทยจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นจากเดิม และศูนย์บริบาลช้างแห่งนี้จะเป็นแรงผลักให้ปางช้างในอีกหลายๆ แห่งทั่วประเทศ ตระหนักถึงชีวิตความเป็นอยู่ของช้างไทย

 ประสพ ทิพย์ประเสริฐ หน.ฝ่ายวิทยาลัยการศึกษาพัฒนาช้างไทยและควาญช้าง (ผู้เชี่ยวชาญเรื่องช้าง) สถาบันคชบาลแห่งชาติ จ.ลำปาง เล่าว่า เดิมทีศูนย์แห่งนี้เป็นศูนย์ฝึกลูกช้างแห่งแรกของโลก แต่ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่บริบาลช้างที่หายจากการเจ็บป่วย ช้างพิการ ช้างดุร้าย ซึ่งไม่สามารถทำงานได้โดยมีอายุ 35-67 ปี มีทั้งช้างบริจาค ช้างของกลาง ที่เจ้าหน้าที่ราชการตรวจยึดและจับกุมมาได้ระหว่างทำผิด ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ 

 ผู้เชี่ยวชาญเรื่องช้าง เล่าให้เราฟังว่า ศูนย์บริบาลช้างแห่งนี้ ด้วยสภาพแวดล้อมที่โอบอุ้มด้วยป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเป็นที่พักฟื้นช้างให้มีสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ดี และเมื่อช้างป่วย ช้างก็จะได้รับการรักษาดูแลจากสัตวแพทย์โรงพยาบาลช้างศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย อย่างต่อเนื่องจนหายดี

 “ส่วนมากช้างแต่ละตัวจะกินอาหารวันละประมาณ 600 บาท ซึ่งถ้าช้างกินและถ่ายเป็นปกติ แสดงว่าช้างมีสุขภาพดี แต่ถ้าช้างกินและถ่ายไม่ดีแสดงว่าช้างเริ่มป่วย จะต้องเร่งรักษาเพื่อไม่ให้อาการทรุดมาก ซึ่งโชคดีที่สัตวแพทย์ของ อ.อ.ป.ทำโครงการสัตวแพทย์สัญจรในการตรวจรักษาช้างทั่วประเทศโดยไม่คิดมูลค่า ค่าใช้จ่ายในการดูแลช้างจึงลดลงมาก”

 จากคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ทำให้เรารู้ว่าช้างเพศผู้อย่าง สีดอบุญมา พลายแดน พลายหยวกฯ และช้างเพศเมียอย่าง พังคำพัน (แม่สามสี) ซึ่งทั้งหมดล้วนแต่เคยทำร้ายคนบาดเจ็บและเสียชีวิตมาแล้ว นอกจากนี้ยังมีช้างพิการขา สายตา อวัยวะสืบพันธุ์ งวงขาด และปลดชรา ซึ่งทั้งหมดเป็นช้างอ่อนแอ ดังนั้นปางช้างแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนบ้านหลังสุดท้ายของพวกเขา  

 คนยังต้องมีที่พึ่งยามแก่เฒ่า ช้างก็ไม่แตกต่าง เพราะบั้นปลายชีวิตต่างก็โหยหาความสุขสบาย ฉะนั้นโอกาสที่ช้างได้รับในวันนี้จึงนับเป็นก้าวของการอนุรักษ์ช้างให้เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทยตลอดไป

วิรัตน์ ภูดวงศรี