ไลฟ์สไตล์

เกาะขบวนออฟโรดจากน่านสู่ลาวย้ำเส้นทางท่องเที่ยวอินโดจีน

เกาะขบวนออฟโรดจากน่านสู่ลาวย้ำเส้นทางท่องเที่ยวอินโดจีน

29 พ.ย. 2552

"คาราวาน" ส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวทางรถยนต์เชื่อมโยงภูมิภาคเหนือและประเทศเพื่อนบ้าน โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เริ่มต้นที่จังหวัดน่าน เมืองที่ซ่อนตัวอยู่หลังทิวเขา สำรวจเส้นทางท่องเที่ยวในภูมิภาคไทย-ลาว เส้นทางน่าน หลวงพระบาง เชียงขวาง และเวียงจัน

 อาศัยเกาะรถเบอร์ 9 ของพี่ฟู เจ้าหน้าที่การท่องที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ขณะที่รัฐวิสาหกิจแห่งนี้กำลังรวมพลังกันต่อต้านการล้วงลูกของการเมือง ที่จ้องชักหักหาผลประโยชน์ ก็ขอให้งานนี้ลุล่วง และคงไม่เข้าสุภาษิตหนีเสือปะจระเข้แล้วกัน

 เลี้ยวขวา ชิดขวา .. เลี้ยวซ้าย ..ชิดขวา ต้องทำให้คุ้นเคยหลังข้ามแดนจากน่านสู่ เมืองไชยบุรี แต่สบายใจได้ว่าที่นี่ไม่มีรถชนกัน หากมีก็แต่รถตำกัน สิ่งที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ 3 อย่าง ไก่ วัว ควาย เจ้าหน้าที่ทางการลาวของดเว้นเรื่องมอบขนมและเงินให้แก่เด็กๆ ตามหมู่บ้าน เพราะเกรงปัญหาที่จะตามในอนาคต

 เส้นทาง เมืองหงสา เชียงแมน เข้าสู่ช่วง 9 ห้วย 6 ภูผา ถนนคดคี้ยวขึ้นไปตามไหล่เขา ฝุ่นตลบอบอวลประกอบกับมีการซ่อมแซมถนนเป็นระยะ แต่ก็ยังดีกว่าถนนโคลน  ในคณะของเรามีตัวไล่ฝนมาด้วยตามสถิติที่ผ่านไปที่ไหนที่นั้นแล้งเป็นประจำ สมคำร่ำลือ  ระหว่างทางมีต้นไม้สูงใหญ่ตลอดเส้นทาง ให้อิจฉาสภาพความสมบูรณ์ของป่าไม้ที่ความเจริญยังไม่สามารถพรากไปได้

 หลังข้ามห้วยที่ 2 บ้านห้วยยาง อาศัยชายคาร้านของคำมั่น ซึ่งเป็นร้านค้าเล็กๆ ในหมู่บ้านแห่งนี้ ตั้งวงอาหารกลางวัน ท่ามกลางสายตาของเด็กๆ นับสิบคู่ที่คอยสังเกตนักเดินทาง สายฝนทิ้งตัวลงมาอย่างไม่มีวี่แวว ทำให้ทุกคนใช้พื้นที่ใต้ชายคาเดียวกันอย่างคุ้มค่า

 ฝนขาดเม็ดไปไม่นาน ถนนสายฝุ่นเปลี่ยนสภาพเป็นโคลนลื่นๆ ได้แต่เพียงแค่ ข้ามเนินเขา ก็กลับสู่สภาพถนนฝุ่นอีกครั้ง ตัวฝนแล้งเกือบเสียฟอร์มเสียแล้ว กว่าจะผ่านห้วยครบทั้ง 9 ห้วยก็เย็นย่ำเสียเต็มที ต้องทำเวลานำรถขี่เรือบั๊กข้ามแม่น้ำโขงสู่เมืองมรดกโลก หลวงพระบาง ให้ทันเที่ยวสุดท้ายประมาณ 1 ทุ่ม ตลอดระยะทาง 127 กิโลเมตร กินเวลากว่า 10 ชั่วโมง  แสงสุดท้ายสะท้อนพื้นน้ำระหว่างข้ามแม่น้ำโขง  มันช่างสวยงามเสียจริงๆ

 มาหลวงพระบางทั้งทีก็ต้องใส่บาตรข้าวเหนียว กิจกรรมยอดฮิตของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกจะมารวมตัวกันเพื่อสิ่งนี้ การไม่คุ้นเคยกับการปั้นข้าวเหนียวก็จะทำให้ดูเก้ๆ กังๆ ไปบ้าง

           หลวงพระบางพยายามรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวเคารพวิธีการใส่บาตรแบบดั้งเดิม ไม่ให้นำอาหารคาวหวานปัจจัยต่าง หรืออื่นๆ ใส่บาตรไปพร้อมกับข้าวเหนียว

 ถนนหนทางก็ดีขึ้นตามลำดับแต่กลับนึกถึงสถาพถนนที่เหมาะกับการใช้ รถขับเคลื่อนสี่ล้อ จุดหมายต่อไป เมืองโพนสะหวัน (เมืองเชียงขวาง) ทุ่งไหหินภูเพียง ไหหินปริศนาขนาดใหญ่นับร้อยใบกระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่
 
      มีเรื่องราวเล่าถึงอยู่หลายเรื่องตามตำนานไม่ว่าจะเป็น ไหใส่เหล้าของนักรบโบราณคนลาวทั่วไปจึงมักเรียกว่าไหเหล้าเจือง หรืออาจจะใช้บรรจุศพตั้งแต่ ยุคสมัยโลหะ เชื่อว่าศพคนตายต้องเก็บรักษาไว้ในที่สูง

 สมัยสงครามอินโดจีน ลุงแซมประเคนระเบิดใส่ที่นี่ ถึง 3 ล้านตัน เท่ากับว่าคนลาวทุกคนสามารถคว้าสิทธิ์ได้คนละ 1 ตัน ส่งผลให้ไหบางไหแตกเป็น เสี่ยง จนปัจจุบันนี้การเก็บกู้ยังไม่แล้วเสร็จ มีชาวบ้านจำนวนไม่น้อยที่ได้รับอันตารายร่างกายพิการจากทุ่นระเบิดที่ตกค้าง

 วังเวียง จุดแวะพักกลางทางระหว่างหลวงพระบางกับเวียงจันทน์ เป็นที่ชุมนุมของนักท่องเที่ยวประเภทแบกเป้ กิจกรรมการล่องแม่น้ำซอง ด้วย กงเบ่ง (ห่วงยาง) ได้รับความนิยมอย่างมาก  สายน้ำไหลเอื่อยเหมาะกับอารมณ์ชิลๆ เอาตูดแช่น้ำแล้วลอยต่อไป  ถ้าเวลาไม่มากก็เลือก นั่งเรือหางยาวชมสองฝั่งแม่น้ำ เรือที่นี่ท้องเรือ ตื้นมาก ต้องทรงตัวให้ไม่งั้นน้ำท่วมแน่ๆ

 กลับคืนสู่ถนนมุ่งหน้าเวียงจันทน์ เมืองที่เฟื่องฟูลาวประเทศ ตลาดทางเราต้องหยุดรอไฟอำนาจ (ไฟแดง) ซึ่งมีในเมืองนี้เท่านั้น ในเมืองมีการติดป้ายประชาสัมพันธ์ กีฬาซีเกมส์ที่จะขึ้นปลายปีนี้อยู่บ้าง กลับสู่ประเทศไทยทางสะพานมิตรภาพไทย-ลาว สะพานถาวรแห่งแรกที่เชื่อมระหว่างสองประเทศที่จังหวัดหนองคาย

 ต้องชมผู้มีส่วนร่วมทุกคนที่สามารถทำเส้นทางได้สมบุกสมบัน เป็นโปรแกรมท่องเที่ยวได้จริงสำหรับคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบนี้ฟิตร่างกายได้เลย และที่ได้ใจสุดๆ ต้องตบมือดังๆ ในความสามารถรวบรวมสมาชิกผู้มีสาระต่างๆ ได้ครบห้าร้อยประเภทแบบไม่ขาด ในฐานะผู้สังเกตการณ์ดี ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าตังเองอยู่ประเภทไหน ขอบคุณ พี่ ศรันย์ บุญประเสริฐ เป็นพิเศษ ที่ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศลาว ตลอดการเดินทางครั้งนี้

 การเดินทางระหว่างไทย-ลาวผ่านทางจังหวัดน่าน ยังคงเป็นหนึ่งในเรื่องของความท้าทาย แต่ถ้าพูดถึงความสะดวกสบาย ก็คงสู้เส้นทางจากเลย-อุดรฯ ไม่ได้

         การท่องเที่ยวในแขวงไชยบุรี ที่ยังมีอะไรที่น่าสนใจอยู่อีกมาก แล้วค่อยๆ ขยายออกถ้าถนนหนทางอยู่ในสภาพเหมาะสมกว่านี้ แต่ขอเตือนว่าการเดินทางแบบนี้เป็นสิ่งเสพติด อาจหลงเสน่ห์จนลืมไม่ลง

 http://www.oknation.net/blog/samjaw