
บุกจตุจักรพบร้านค้าโบราณวัตถุไม่มีใบอนุญาต
กรมศิลป์ลงพื้นที่ตรวจสอบพบร้านค้าโบราณวัตถุย่านจตุจักร ชี้ร้านในกทม.ทำผิดกฎหมายไม่มีใบอนุญาต ระบุสัปดาห์หน้าประสานกทม.ตรวจจับอย่างจริงจัง
(28พ.ย.) นายเขมชาติ เทพไชย รองอธิบดีกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม นางพัชนี จันทรเลขา ภัณฑารักษ์ชำนาญการพิเศษ กรมศิลปากร ในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบการค้าโบราณวัตถุและภัณฑารักษ์ เจ้าหน้าที่นิติกร กรมศิลปากร ลงพื้นที่ตรวจร้านค้าโบราณวัตถุ ภายในตลาดนัดสวนจตุจักร ภายหลังเกิดกรณีการโจรกรรมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และตัดเศียรพระพุทธรูป
นายเขมชาติ ให้สัมภาษณ์หลังลงพื้นที่ตรวจสอบว่า จากกรณีการลักลอบตัดเศียรพระ ที่เกิดขึ้นมากในช่วงนี้ ทำให้กรมศิลปากร มีความกังวลกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นผู้ดูแลมรดกของชาติ รวมทั้งทำให้คนไทยทั้งประเทศที่มีความหวงแหนในพระพุทธศาสนาเสียความรู้สึกกับเรื่องนี้ ทางกรมศิลปากร จึงได้พยายามหาแนวทางที่จะป้องกันและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด
นายเขมชาติ กล่าวอีกว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่า หลายร้านยังทำผิดกฎหมายเนื่องไม่มีใบขออนุญาตค้าโบราณวัตถุ หรือ ศิลปวัตถุ และบางร้านขาดการต่อใบอนุญาต ไม่มีการแสดงใบอนุญาตประกอบกิจการอย่างถูกต้อง และไม่มีการทำทะเบียนโบราณวัตถุ ที่สำคัญมีร้านที่ได้พยายามปกปิดตัวเอง ซึ่งกรมศิลปากร คาดว่า ร้านเหล่านี้อาจจะมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่ จึงได้แจ้งเตือนผู้ประกอบการร้านค้าโบราณวัตถุให้ดำเนินการจดทะเบียนขอใบอนุญาตให้เรียบร้อย
"ภายในสัปดาห์หน้า ทางกรมศิลปากร จะมีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรุงเทพมหานคร ตรวจจับร้านค้าที่กระทำผิดกฎหมายอย่างจริงจัง โดยในระหว่างนี้จะมีการจัดส่งนิติกร และภัณฑารักษ์ ไปให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินการขอใบอนุญาต และโทษที่จะได้รับหากไม่มีการขอใบอนุญาต จะผิดพ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ มีโทษปรับไม่เกิน 3 แสนบาท จำคุกไม่เกิน 3 ปี และถูกปิดกิจการด้วย" รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าว
นายเขมชาติ กล่าวต่อไปว่า ได้รับรายงานข้อมูลของแหล่งค้าโบราณวัตถุในเขตกรุงเทพมหานคร มีทั้งหมด 4 สาย ได้แก่ 1.สายสีลม สุรวงษ์ เจริญกรุง สี่พระยา บางรัก จำนวน 103 ร้าน 2. สายสุขุมวิท เพลินจิต พระราม1 (ปทุมวัน) เวิ้งนครเกษม ป้อมปราบศัตรูพ่าย พระนคร จำนวน 62 ร้าน 3.สายถนนโยธา คลอดน้อย ศูนย์สรรพสินค้าริเวอร์ซิตี้ สัมพันธวงศ์ จำนวน 96 ร้าน และ 4. สายตลาดนัดสวนจตุจักร ถนนกำแพงเพชร พญาไท จำนวน 60 ร้าน โดยในจำนวนนี้มีร้านจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการจดทะเบียนขออนุญาตค้าโบราณวัตถุ หรือ ศิลปวัตถุ จึงจะประสานกรุงเทพมหานคร ให้แจ้งร้านต่างๆให้ขอใบอนุญาตให้ถูกต้องด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ดำเนินการตรวจร้านค้าวัตถุโบราณ บริเวณ ตลาดนัดจตุจักรซอย 1 ซึ่งเป็นพื้นที่ขายวัตถุโบราณเป็นจำนวนมากนั้น มีร้านค้าหลายร้านรีบเก็บของ เช่น ชิ้นส่วนพระพุทธรูป เศียรพระ องค์พระ เป็นต้น แล้วรีบปิดร้าน รวมทั้งตัวเจ้าของร้านรีบวิ่งหนีไปทันที เนื่องจากเกรงว่าจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุม
ทั้งนี้ ในปี 2552 จำนวนร้านค้าโบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่ยื่นขอใบอนุญาตค้าโบราณวัตถุทั่วประเทศ จำนวน 332 ร้าน แบ่งเป็นเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ร้านค้าโบราณวัตถุ 95 ร้าน และร้านค้าศิลปวัตถุ 81 ร้าน รวม 176 ร้าน ส่วนในต่างจังหวัด 156 ร้าน
ก่อนหน้านี้ กรมศิลาปกรได้กำหนดมาตรการป้องปรามการโจรกรรมโบราณวัตถุและการลักลอบตัดเศียรพระได้แก่ 1.แก้ไขพ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ในมาตรา 14 และ 19 เพื่อเพิ่มการคุ้มครองโบราณวัตถุให้มีความปลอดภัยจากการถูกโจรกรรมให้ครอบคลุมมากขึ้น 2. ขอความร่วมมือกับบริษัทเอกชนที่ให้บริการส่งพัสดุด่วนพิเศษระหว่างประเทศ ให้ตรวจตราการส่งออกสินค้าประเภทโบราณวัตถุและเศียรพระพุทธรูป 3. จัดทำสติ๊กเกอร์ และแผ่นผับ ให้ความรู้เกี่ยวกับข้อห้ามและขั้นตอนการขออนุญาตส่งออกโบราณวัตถุ 4.จัดอบรมหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะร้านค้าโบราณวัตถุในเขต กทม.และปริมณฑล 5. การลงพื้นที่ตรวจสอบใบอนุญาตร้านค้าโบราณวัตถุอย่างเข้มงวดทั่วประเทศ
6. เฝ้าระวังช่องต่างๆในการค้าโบราณวัตถุ เช่น ทางเว็บไซต์และขอความร่วมมือกับกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ไอซีที) ปิดเว็บไซต์ที่ลักลอบค้าโบราณวัตถุ รวมทั้งเฝ้าระวังงานประมูลสินค้าโบราณวัตถุด้วย 7. ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และมหาเถรสมาคม (มส.) ในการช่วยกันปราบปรามการค้าโบราณวัตถุ และเตรียมประกาศห้ามจำหน่าย ส่งออกและนำเข้าโบราณวัตถุ โดยเฉพาะเศียร หรือส่วนตัดใดๆ ของพระพุทธรูป โดยกำหนดรายละเอียดให้ชัดเจน เช่น อายุของพระพุทธรูปที่ห้ามค้าขายหรือส่งออก เพื่อป้องกันการนำชิ้นส่วนของพระรูปออกนอกประเทศและไปประดับในพื้นที่ไม่เหมาะสม



