ไลฟ์สไตล์

 “นักพัฒนาที่ดินรุ่นใหม่ต้องสร้างสรรค์”

“นักพัฒนาที่ดินรุ่นใหม่ต้องสร้างสรรค์”

28 พ.ย. 2552

ผมมีโอกาสพบปะแฟนๆ คอลัมน์แต่งร้านอยู่บ่อยครั้งครับ โดยเฉพาะนักลงทุนใหม่ที่มีความพยายามพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ท่ามกลางความยากลำบากในปัจจุบันที่ต้องเผชิญ หลายคนต่อสู้กับการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม และการเอารัดเอาเปรียบจากเส้นสายนักการเมืองบางคน

บ้างก็ต่อสู้กับนโยบายรัฐที่เปลี่ยนแปลงบ่อยตามการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล และ ความไม่เสถียรภาพของการเมือง คนดีๆ ที่ทำถูกต้องหมดก็มักจะถูกข่มเหงรังแก และโดนเอาเปรียบ ในขณะที่คนให้สินบน, นักเลง, มีอิทธิพลกลับได้ประโยชน์ได้เปรียบกว่า

 การแข่งขันธุรกิจของเมืองไทย จึงไม่ได้อยู่ในกติกาเดียวกัน ไม่ได้พิสูจน์ที่ความสามารถอย่างเดียว แต่ต้องเผชิญกับวิชามารมากมาย เสียงบ่นเหล่านี้มาจากข้อมูลผู้อ่านอันหลากหลายอาชีพด้วยกัน โดยเฉพาะด้านอสังหาริมทรัพย์พัฒนาที่ดินในจังหวัดหลักๆ ของประเทศไทย ชนชั้นการเมืองและนักการเมืองบางคนที่กินภาษีประชาชนก็มิได้ทำหน้าที่ได้เต็มที่  แสดงออกมาในอาการที่ไม่เข้าร่วมประชุมรัฐสภาบ้าง โดดประชุมในวาระสำคัญๆ บ้างและบางคนก็เกะกะอยู่ข้างถนนราชดำเนิน สนับสนุนการเล่นนอกสภา  เลือกประท้วงในฤดูท่องเที่ยว

 กลุ่มบุคคลเหล่านี้มิได้ช่วยสร้างสรรค์ชาติ มีแต่ถ่วงความเจริญจนนักธุรกิจหลายคนเริ่มหมดความอดทน หมดความศรัทธาต่อระบบการเมืองไทยที่มีแต่ถ่วงหรือทำเพื่อผลประโยชน์ตนเอง หรือใครบางคนมากกว่าผลประโยชน์ชาติ ทำไงได้ครับพวกท่านเลือกกันมาเอง

 เริ่มต้นคอลัมน์แรงสักนิดแต่ก็ถือว่าได้แสดงออกทางความคิดด้านการเมืองบ้างในฐานะนักออกแบบที่มักจะมองโลกสุนทรีย์อยู่เสมอ และอยากเห็นประเทศไทยเปลี่ยนแปลงสวยงามขึ้นในรุ่นเจนเนอเรชั่นนี้  และอยากได้ชื่อว่าอยู่ในยุคสว่างไม่ใช่ยุคมืดนะครับ

 การพัฒนาที่ดินที่ฉลาดเป็นอีกกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่น่าสนใจมากในยุคนี้ครับ แต่ต้องมีวิสัยทัศน์ครอบคลุมทุกมิติ โดยคำนึงถึงปัจจัยแวดล้อมต่างๆ มาเป็นองค์ประกอบโดยมีหลักคิดดังนี้ครับ

 1. พฤติกรรมผู้ซื้อ ผู้ใช้ ผู้บริโภค

 หลักคิดง่ายๆ คือ การจำลองโดยเสมือนว่าเรากำลังนั่งอยู่ในใจผู้ซื้อและกลุ่มเป้าหมาย สวมหมวก และเข้าไปอยู่ในพฤติกรรมของเขาแล้วมองกลับมาดูโครงการเราว่าจะซื้อ เราจะใช้บริการไหม

 นักออกแบบที่ประสบความสำเร็จมักจะถามตัวเองและตั้งโจทย์ให้แก่ตัวเองเสมอว่าคนใช้งานจะมีความสุขกับการใช้งานหรือไม่ หรือชื่นชอบประทับใจมากน้อยเพียงใดในระหว่างออกแบบจะต้องตีโจทย์ให้ทะลุ  นั่งอยู่ในมุมมองและพฤติกรรมคนใช้งานตลอดเวลา

 สถาปัตยกรรมที่ประสบความสำเร็จจึงจะต้องพิสูจน์ที่ความสำเร็จในการใช้งาน และความสำเร็จของผู้ลงทุนด้วย ไม่ใช่เห็นแก่ตัว ทำแบบไม่ละเอียดผิดพลาดหรือเป็นเพียงแค่ช่างแบบ ฉะนั้นการเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานอย่างละเอียดและตอบคำถามได้ว่า ที่ดินแปลงนี้มีศักยภาพทำธุรกิจประเภทใดเป็นการวางแผนขั้นแรกครับ

 2. ตรวจสอบทำเล และศักยภาพของที่ดิน

 ทำเลที่ดินที่จะลงทุนทำอะไรก็แล้วแต่ จะต้องดูให้แน่ชัดเพื่อไม่ผิดพลาด โดยเริ่มต้นจากการตรวจสอบผังสีว่าอยู่ในเขตสีอะไร ข้อกำหนดของทีดินในผังเมืองที่ประกาศใช้ ทำเลของเราเป็นอย่างไร ตรวจสอบกฎหมายการควบคุมอาคาร ระยะถอยร่น  ระยะความสูงของอาคาร ถนน ทางสัญจรผ่าน และสภาพแวดล้อมของที่ดิน ทั้งระยะใกล้ไปจนถึงโดยรอบของชุมชนนั้น ตรวจสอบลักษณะดิน หิน น้ำ ดูกระแสทิศทางลม แดด

 ศึกษาวัฒนธรรมท้องถิ่นและประวัติของสังคมเพื่อเป็นข้อมูลในการออกแบบบอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป อีกทั้งตรวจสอบการประเมินราคาที่ดิน เพื่อนำมาเป็นปัจจัยในการคำนวณจุดคุ้มทุนในการก่อสร้าง  ที่สำคัญเช็กอนาคตของที่ดินด้วยว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เช่น การเวนคืนที่ดิน, การตัดถนน ขยายถนน, และทิศทางการเติบโตในอนาคตด้วย 

 3. ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ

 หลังจากได้ข้อมูลพื้นฐานแล้วเริ่มศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการสร้างโครงการว่า สามารถสร้างอะไรได้บ้างเพื่อความคุ้มค่าและเหมาะสม เช่น บางทำเลทำโรงแรมได้ แต่ทำอาพาร์ตเมนต์ไม่เหมาะ บางทำเลทำตลาดได้แต่ทำศูนย์การค้ายาก เพราะบรรยากาศโดยรวมไม่เหมาะ  บางทำเลสร้างบ้านจัดสรรได้แต่ต้องเป็นทาวน์เฮ้าส์ หรืออาคารพาณิชย์เท่านั้น เพราะถ้าเป็นบ้านเดี่ยวไม่คุ้มทุน  บางโครงการไม่สามารถทำอะไรได้เลยก็มีครับ ฉะนั้นการลงทุนแบบเดาสุ่มหรือเพราะความอยากอาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิตก็เป็นได้ครับ

 ฉะนั้นการดื้อดึงไม่ถ่อมใจรับฟังความคิดเห็น อาจจะเป็นโทษมากกกว่าประโยชน์ ทำทุกอย่างบนกระดาษก่อนผมว่าดีที่สุดครับ

 4. ออกแบบอย่างรอบคอบและพิถีพิถัน

 ช่างแบบต่างกับนักออกแบบครับ ผู้ลงทุนบางครั้งเอาง่ายเข้าว่าให้ช่างแบบที่เป็นเพียงแค่คนเขียนแบบให้ เพียงแค่ขออนุญาตผ่าน โดยไม่มองถึงความงดงาม ความนุ่มลึกของงานดีไซน์ ปัจจัยทางการตลาด, ประโยชน์ใช้สอยแบบเหล่านั้นก็เป็นเพียงแค่เศษกระดาษ กลับสร้างอาคารที่ไร้ประสิทธิภาพ บางครั้งก็ทำให้ทัศนียภาพเสื่อมโทรมลงด้วยซ้ำ 

 มิติของการออกแบบจึงมากกว่าแค่การเขียนแบบ (เขี่ยแบบ) ของผู้ไม่มีจรรยาบรรณ  วิชาชีพ  นักออกแบบในปัจจุบันจึงต้องพยายามค้นคว้าหาข้อมูลมากขึ้น อ่านหนังสือ ศึกษานวัตกรรมไปพร้อมกับวัฒนธรรม มีความเข้าใจเรื่องการตลาด ความสำเร็จในธุรกิจ มีความรับผิดชอบ ละเว้นการรับสินบนโดยเด็ดขาด เคารพในวิชาชีพตนเอง ออกแบบอย่างมีความสุขโดยอยู่บนความสุขของผู้รับบริการสร้างแรงผลักดันให้เกิดคุณค่าของสถาปัตยกรรมทั้งภายในภายนอกเป็นเสมือนแม่เหล็กดึงดูดสายตา มีรสนิยมและสุนทรีย์ในการออกแบบ ไม่ใช่ราคาถูกแต่ชุ่ย คำนึงถึงเงินในกระเป๋าของเจ้าของ และการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด ไม่ใช่ผลาญเงินเจ้าของเป็นอย่างเดียว ทำงานให้ครบสโคป การให้บริการของวิชาชีพครบถ้วนตามหลักสากล

 นักออกแบบจะต้องรับฟังความคิดเห็นรอบด้านไม่ใช่อีโก้ ลำพองตนเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ในวิชาชีพสูงสุดครับ ความพิถีพิถันเอาจริงเอาจังของนักออกแบบจะมีส่วนช่วยให้โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ประสบความสำเร็จครับ

 โดยสโลแกนของนักออกแบบยุคหน้า “ออกแบบอย่างมีคุณค่า ด้วยปัญญาและความคิดสร้างสรรค์”  และ สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่สนใจเข้าร่วมสัมมนาอสังหาริมทรัพย์แนวใหม่ จัดโดยภาควิชาออกแบบตกแต่งภายใน คณะมัณฑนศิลป์ ม.ศิลปากรและทีมงานอยู่สบายทางเนชั่นชาแนล ระหว่างวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ ท่านสามารถโทรศัพท์เพื่อจองก่อนล่วงหน้าได้ที่ 0-2984-0091-2  รับจำนวนจำกัดนะครับ

อ. เอกพงษ์   ตรีตรง
www.ideal1group.com