
ค่ายมือถือชะลอแผนลงทุน3จีปี53ไร้เปิดประมูล
ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือถอดใจ แผนปี 53 ไม่ใส่การลงทุน 3จี มองยังไร้สัญญาณเปิดประมูลใบอนุญาต ชี้หากเคาะกลางปีหน้าคงให้บริการไม่ทันแน่ ระบุความล่าช้าทำให้ผู้บริโภคเสียโอกาส
นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นแนวโน้มของการเปิดประมูลเครือข่ายโทรศัพท์ยุคที่ 3 หรือ 3จี ดังนั้น แผนลงทุนของเอไอเอสในปี 2553 คาดว่าจะใช้แผนที่ไม่มีการลงทุน 3จีมากกว่า แต่หากมีสัญญาณว่าคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) จะเปิดประมูลเมื่อใด เอไอเอสก็สามารถเสนอแผนขอใช้งบประมาณการลงทุนจากผู้ถือหุ้นได้
"เราได้ถอดแผนการลงทุนโครงข่าย และอื่นๆ ของ 3 จีออกไปแล้ว แม้จะมี 2 แผนเตรียมไว้ ระหว่างนี้เหลือแต่การจัดทำแผนการใช้เงิน ตลอดจนรายละเอียดทางการเงิน การตลาด ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นได้ก่อนเดือนธันวาคมนี้ ระหว่างนี้ เอไอเอส ก็ได้เตรียมความพร้อมระบบรองรับการใช้งานของลูกค้า 3 จีไว้ เช่นระบบ คอลล์เซ็นเตอร์" นายวิเชียรกล่าว และว่า ประเทศไทยได้เกิดความเสียหายจากการล่าช้าของการเกิด 3 จีมานานแล้ว เพราะในแง่ผู้บริโภคได้เสียโอกาสเข้าถึงแหล่งข้อมูล การสื่อสารที่รวดเร็วขึ้น
ด้านนายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า ดีแทคมั่นใจว่าจะได้ใช้แผนธุรกิจและการตลาดสำหรับ 2 จีต่อไปเช่นเดิม เนื่องจากประเมินสถานการณ์แล้ว หากมีการประมูลใบอนุญาตได้อาจถึงกลางปีหน้า และกว่าจะติดตั้งระบบ ทำการตลาดก็จะเลื่อนออกไปด้วย คาดว่าไม่สามารถให้บริการปลายปี 2553 ได้แน่นอน
ขณะที่นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การลงทุน 3จี เป็นปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมการเติบโตของประเทศ โดย 3จี จะเป็นก้าวต่อไปของบริการบรอดแบนด์ไร้สาย ถ้าเกิด 3จี แล้วคาดว่าจีดีพีจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่า 8 แสนล้านบาท ภายใน 5 ปี
"ปัจจุบัน 3จีบ้านเราอยู่ในช่วงท้ายๆ แล้ว ต่างประเทศเริ่มทดลอง 4จี แล้ว ต้องเปิดให้เอกชนมีอิสระในการเริ่มต้นใหม่ๆ เพราะเอกชนรู้อยู่แล้วว่า ตลาดต้องการอะไรและลงทุนอย่างไร เพราะถ้าผิดพลาด เอกชนก็รับผิดชอบตัวเอง" นายศุภชัย กล่าว
ทั้งนี้ แม้จะมีการโจมตีถึงเงินที่รัฐจะได้รับจากผู้ให้บริการภายใต้ใบอนุญาต 3จี คิดเป็นค่าธรรมเนียมรวม 6.5% ต่อปี จากเดิมที่ได้รับส่วนแบ่งรายได้ 25-30% นั้น ถ้าพิจารณาแล้ว จะเห็นว่าการให้บริการภายใต้ใบอนุญาตจะมีมูลค่าและประโยชน์เกิดขึ้นกับสังคมมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว



