
ลุ้นราคาสินค้าเกษตรปีหน้าพุ่ง20%ผู้ส่งออกข้าวไทยแข่งเวียดนามยากหลังลดค่าเงินด่อง
ม.หอการค้ามองราคาสินค้าเกษตรปีหน้าพุ่ง 10-20% "กอร์ปศักดิ์"สั่งพาณิชย์ปรับยุทธศาสตร์ระบายข้าวช่วงราคาขาขึ้น ผู้ส่งออกห่วงเวียดนามลดค่าเงินด่อง เพิ่มช่องว่างส่วนต่างราคาข้าวไทย ทำให้สูญโอกาสในการแข่งขัน จับตาฟิลิปปินส์เปิดประมูลข้าวต้นธ.ค.นี้
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์แนวโน้มราคาสินค้าเกษตรในปีหน้าของศูนย์ คาดว่าราคาพืชผลการเกษตรทุกชนิดจะเพิ่มกว่าปีนี้ 10-20% เนื่องจากความต้องการบริโภคทั่วโลกมีปริมาณเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ในอนาคต หากภาคเกษตรเข้มแข็ง จะมีส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ดีกว่า ภาคการส่งออกในบางสาขา เพราะไทยเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรรายสำคัญของโลก และเป็นฐานของอุตสาหกรรมอาหาร
นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) นัดพิเศษ ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้รายงานสถานการณ์ราคาข้าวปี 2552/53 ให้ที่ประชุมรับทราบ พบว่าส่วนต่างราคาส่งออกข้าวไทยและเวียดนามมีส่วนต่างราคาแคบลง ขณะที่ข้าวของไทยมีคุณภาพดีกว่าของเวียดนาม ส่วนการลดค่าเงินด่อง คงไม่กระทบกับการส่งออกข้าวไทย เพราะการขายข้าวปกติจะกำหนดเป็นเงินสกุลดอลลาร์
“เหตุผลสำคัญที่ทำให้ราคาข้าวสูงขึ้น เพราะผลผลิตข้าวหลายประเทศลดลง ไทยในฐานะผู้ผลิตข้าวรายใหญ่และมีสต็อกจำนวนมาก ต้องให้ความสำคัญกับการทำยุทธศาสตร์ การระบายข้าวให้ดี แต่ต้องไม่ปล่อยแบบพรวดพราด ตรงกับแนวทางที่ รมว.พาณิชย์ แจ้งก่อนหน้านี้ว่าจะระบายข้าวมากหรือน้อย ต้องระวังเรื่องของราคา ผมให้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรมว.พาณิชย์” นายกอร์ปศักดิ์ ระบุ
แหล่งข่าวจากที่ประชุม กล่าวว่า นายกอร์ปศักดิ์ ต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ ไปพิจารณาปรับยุทธศาสตร์ระบายข้าวในสต็อกของรัฐบาลเพราะต้องการให้ข้าวขาว 5% มีราคาเพิ่มขึ้นอีก โดยได้ให้นโยบายไปว่าในการระบายสต็อกข้าว จะระบายในปริมาณที่ไม่มากครั้งละ 1-2แสนตัน ขณะเดียวกันให้คำนึงถึงการรักษาคุณภาพข้าวด้วย
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า การประกาศปรับลดค่าเงินด่องของเวียดนามมีโอกาสทำให้ไทยสูญเสียตลาดข้าวให้แก่เวียดนามเพิ่มขึ้น เพราะราคาข้าวเวียดนามจะถูกลงไปอีก ส่งผลให้ช่องว่างส่วนต่างราคาเพิ่มมากขึ้น และจะเห็นผลกระทบได้ชัด ในการเปิดประมูลซื้อข้าวของรัฐบาลฟิลิปปินส์ 6 แสนตัน ช่วงต้นเดือนธันวาคมที่คาดว่าเวียดนามจะชนะการประมูลขายข้าวให้รัฐบาลฟิลิปปินส์ทั้งหมด
“การลดค่าเงินด่อง จะทำให้เวียดนามมีศักยภาพในการแข่งขันเพิ่มขึ้น แม้ว่าเป้าหมายการลดค่าเงิน เพื่อดูแลเศรษฐกิจภายในประเทศก็ตาม แต่ผลข้างเคียงที่ได้สินค้าเกษตรของเวียดนาม จะมีศักยภาพแข่งขันดีกว่าไทยแน่ ปกติข้าวไทยกับเวียดนาม จะห่างกันอยู่ประมาณ 100 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแข่งขันยากอยู่แล้ว เพิ่งมาช่วงหลังที่ราคาข้าวเวียดนามขยับขึ้นมา แต่พอลดค่าเงินทำให้ช่องห่างกลับไปอยู่ที่เดิม” นายชูเกียรติ กล่าว



