ไลฟ์สไตล์

มาสด้า อีวี สปอร์ต รักษ์โลก

มาสด้า อีวี สปอร์ต รักษ์โลก

22 ก.ย. 2562

มาสด้า อีวี สปอร์ต รักษ์โลก คอลัมน์... ยานยนต์

 

 

          ผมเคยเล่าให้ฟังไปแล้วเกี่ยวกับงาน “Global Tech Forum 2019” ของมาสด้า คอร์ปอเรชั่น ญี่ปุ่น ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงออสโล นอร์เวย์ เพื่อนำเสนอถึงทิศทางเทคโนโลยีในอนาคต รวมถึงตัวเอกคือพลังงานไฟฟ้า ที่เปิดแผนงานให้ดูว่าจะมีทั้งไฟฟ้า 100% หรือ อีวี, Range Extender, ไฮบริด และปลั๊ก-อิน ไฮบริด แต่จะเริ่มต้นปีกับอีวี ก่อน

 

 

          และที่ออสโล มาสด้า นำรถโปรโตไทป์ e-TPV ซึ่งเป็นอีวี มาให้สื่อและแขกรับเชิญจำนวนหนึ่งได้ทดลองกันไม่มากนัก เฉลี่ยวันละประมาณ 6 คนเท่านั้น สำหรับ 2 รอบ เช้า-บ่าย

 

 

 

มาสด้า อีวี สปอร์ต รักษ์โลก

 


          ในอาเซียนได้โควตา 2 คน และทั้ง 2 คนไปจากไทยครับ เพราะมาสด้าบอกว่าบ้านเราเป็นตลาดที่สำคัญและแน่นอนว่ามีแผนที่จะทำตลาดอีวีในอนาคตเช่นกัน


          e-TPV ที่มาทดสอบต้องบอกว่าโครงสร้างหลัก อย่างเช่น แพลตฟอร์ม หรือว่าหัวใจหลักทั้งแบตเตอรี มอเตอร์ ระบบช่วงล่าง คืออีวี ตัวจริงของมาสด้า แต่รูปโฉมภายนอก คือตัวถังนั้นไม่ใช่ เป็นการยืมเอาตัวถังของ ซีเอ็กซ์-30 มาใช้


          เหตุผลก็ไม่มีอะไรซับซ้อนครับ เพราะว่ามาสด้าจะเผยโฉม อีวีรุ่นแรกของบริษัทอย่างเป็นทางการในงานโตเกียว มอเตอร์ โชว์ ซึ่งจะเริ่มต้นขึ้นช่วงปลายเดือนตุลาคม ดังนั้นหากเอารูปโฉมจริงมาโชว์ก่อนงานเปิดตัวก็จะจืดสนิท

 

 

มาสด้า อีวี สปอร์ต รักษ์โลก

 


          จึงต้องปิดบางอย่างเอาไว้ก่อน รวมถึงข้อมูลลึกๆ เช่น ระยะเวลาการชาร์จ หรือว่าระยะทางการใช้งานต่อการชาร์จ 1 ครั้ง


          แต่มาสด้าก็เปิดเผยข้อมูลของหัวใจหลักมาแล้วกับ e-TPV ที่ลองขับครั้งนี้ คือ แบตเตอรี่ ลิเธียม ไอออน ความจุ 35.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 141 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 265 นิวตันเมตร


   
          มาสด้าเลือกพื้นที่ย่านชานเมืองออสโล เป็นสถานที่ทดสอบ ท่ามกลางวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ทั้งภูเขา ทะเลสาบ กับอากาศที่เย็นสบาย และต้นไม้ที่ร่มรื่น แม้แต่ช่วงที่ออกสู่ไฮเวย์ก็ยังเต็มไปด้วยต้นไม้เช่นกัน


          ระยะทางการขับขี่ไม่มากนัก เอาแค่พอรู้ พอหอมปากหอมคอประมาณ 40 กม. เพราะนี่ยังเป็นแค่รถโปรโตไทป์เท่านั้น แต่ก็เลือกเส้นทางได้หลากหลายทั้งไฮเวย์และเส้นทางลัดเลาะไปตามป่าเขา ซึ่งมีทั้งทางโค้ง ทางขึ้น-ลงเนิน ซึ่งเป็นเส้นทางเล็กๆ 2 เลนสวนทาง และบางช่วงก็เล็กกว่านั้นจนไม่มีเส้นแบ่งช่องจราจร จะสวนกันก็ต้องคำนวณจุดกึ่งกลางถนนเอาเอง

 

 

มาสด้า อีวี สปอร์ต รักษ์โลก

 


          แต่ข้อจำกัดของนอร์เวย์ ซึ่งทั้งประเทศมีคนแค่ 5.4 ล้านคน และใช้รถกันมีระเบียบเรียบร้อย ใช้จักรยานก็มาก ใช้บริการรถสาธารณะก็เยอะ ดังนั้นการจราจรทั่วไปไม่หนาแน่น โดยเฉพาะเส้นทางนอกเมืองอย่างนี้ยิ่งโล่งเข้าไปใหญ่ ดังนั้นกฎหมายของที่นี่จึงกำหนดความเร็วไม่สูงนัก อย่างเช่นไฮเวย์ช่วงที่ทดสอบก็อยู่ที่ 90 กม./ชม. ส่วนในทางรองทางเล็กก็มีมีตั้งแต่ 20, 30 ไปจนถึง 70


          ไฮเวย์อาจจะดูขัดใจ แต่ว่าทางรองยังพอไหว ความเร็วระดับ 70 กับเส้นทางบางช่วง เช่น ทางคดโค้ง ก็ถือว่าช่วยตอบคำถามให้รถยนต์ได้ และช่วยให้คนขับสนุกได้เช่นกัน และอีกอย่างก็คล้ายๆ บ้านเราแหละครับ เกินนิดเกินหน่อยไม่ให้น่าเกลียด ไฮเวย์สัก 100 ทางรองสัก 80-90 ก็พอไหว
   

 

 

มาสด้า อีวี สปอร์ต รักษ์โลก

 

 

          สิ่งที่เด่นจนน่าทึ่งก็คือการควบคุมรถครับ รถที่่น่าจะมีน้ำหนักมากกว่ารถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในกลับสามารถควบคุมได้ง่ายเข้า-ออกโค้งได้คม ช่วงล่างยึดเกาะถนนดี พวงมาลัยแม่นยำ ไม่มีอาการอันเดอร์สเตียร์ หรือโอเวอร์สเตียร์ รวมถึงการโยนตัวของรถก็แทบจะไม่มี ทำให้การเดินทางลื่นไหลมาก
  

          แม้รายละเอียดทั้งหมดยังไม่เปิดเผยออกมา แต่ผมคิดว่า จุดศูนย์ถ่วงของรถคันนี้ต่ำกว่ารถใช้น้ำมันแน่ ส่วนการกระจายน้ำหนักลงเพลา วิศวกรตอบว่า หน้า/หลัง 55/45 ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้มีผลมากที่ทำให้รถเกาะถนนได้ดี และมีความคล่องตัวสูง


          มาสด้า 3 ที่คุ้นเคยว่าเกาะถนนดีแล้ว e-TPV ทำได้ดีกว่าครับ


          มาสด้ายังปรับตั้งระบบต่างๆ มาได้ดี ถ้าหากให้ใครที่ไม่รู้มาก่อนว่าเป็นอีวี จับขึ้นขับเลย ผมว่าบางทีเขาก็ยังจะไม่รู้ว่ามันคืออีวี เพราะอารมณ์ไม่แตกต่างจากรถปกติทั่วไป มีอะไรบ้าง


          เริ่มจากเสียงที่ให้ห้องโดยสารมีเสียงสังเคราะห์เครื่องยนต์แทรกเข้ามาแผ่วๆ ผันแปรตามการกดคันเร่ง การถอนคันเร่ง รถไม่ออกอาการลดความเร็วแบบกระตุกชนิดหน้ายุบ หรือหัวคนขับพุ่งไปข้างหน้า แต่รถไหลไปเหมือนกับรถที่ใช้เครื่องยนต์ เมื่อลงเนินโดยปล่อยคันเร่ง รถมีการหน่วงความเร็วเหมือนใช้เอนจิ้นเบรก โดยที่เราไม่ได้ทำอะไรเลย

 

 

มาสด้า อีวี สปอร์ต รักษ์โลก

 

 


          ส่วนจุดเด่นของมอเตอร์ไฟฟ้า ก็แน่นอนมันออกตัวได้รวดเร็ว อัตราเร่งดี กดคันเร่งชั่วครู่เข็มไมล์ก็แตะที่ 100 แล้ว แต่หลังจากนั้นไม่สามารถไปต่อได้เพราะแค่นี้ก็เกินที่กฎหมายกำหนดแล้ว


          สรุปสั้นๆ ว่า e-TPV ทำออกมาได้ดี ให้อารมณ์การขับขี่ที่สปอร์ต ช่วงล่างดี การควบคุมทำได้ดี และยังให้อารมณ์กลมกลืนกับรถในปัจจุบัน เรียกว่าไม่เสียอรรถรสในการขับรถที่ใช้เครื่องยนต์ครับ