
จุรินทร์สั่งก.ค.ศ.ผ่าตัดระบบคัดเลือกครูเน้นเก่ง-ดี
จุรินทร์ สั่ง ก.ค.ศ.ผ่าตัดกระบวนการคัดเลือกครูทั้งระบบ จูนเครื่องใหม่เพื่อสามารถคัดกรองคนเก่ง ดี จริงมาเป็นครู
เมื่อวันที่ 25 พ.ย.2552 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า มอบนโยบายให้ ก.ค.ศ.ไปหาทางปรับปรุงและกระบวนการระบบการคัดเลือกข้าราชการครูที่มีอยู่ในปัจจุบันให้มี ความเหมาะสมขึ้น เป็นระบบที่สามารถคัดกรองคนเก่ง คนดีจริง ๆ มาเป็นครู
รมว.ศธ. กล่าวอีกว่า ปัจจุบันข้าราชการครูทั้งหมดที่ได้รับการบรรจุนั้น ผ่านการคัดเลือกมาจาก 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ 1. การสอบคัดเลือกซึ่งดำเนินการเปิดสอบและบรรจุโดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 2. เปิดโอกาสให้พนักงานราชการสอบบรรจุเป็นข้าราชการครู โดยให้โควต้า 25 เปอร์เซ็นต์ของอัตราเกษียณในแต่ละปี และ3. ได้จากโครงการผลิตครูพันธุ์ใหม่ ซึ่งรัฐบาลให้ทุนเด็กเก่ง ดีมาเรียนรู้หลักสูตร 5 ปี และบรรจุเป็นข้าราชการครูหลังสำเร็จการศึกษา
นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ตนต้องการให้ สำนักงาน ก.ค.ศ. ไปศึกษาดูอีกครั้งว่า กระบวนการคัดเลือกครูทั้งระบบมีความเหมาะสมหรือสมควรปรับปรุงส่วนใด โดยเฉพาะ กระบวนการสอบคัดเลือกครูช่องทางแรกซึ่งมอบให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั้ง 185 เขตจัดสอบและออกข้อสอบเอง ทำให้ข้อสอบมี 185 ชุด 185 มาตรฐาน จึงอยากให้ ก.ค.ศ.ไปพิจารณาว่า ควรปรับปรุงเช่นใดเพื่อให้ข้อสอบสอบครูทั่วประเทศเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด เช่น อาจให้ส่วนกลางเป็นผู้ออกข้อสอบแทนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือ ทั้ง 2 ฝ่ายร่วมกันออกข้อสอบ หรือ อาจมีรูปแบบอื่น ๆ ที่เหมาะสมอีก
"ผมอยากให้สำนักงาน ก.ค.ศ.ไปคิดมาว่า การคัดเลือกครูทุกช่องทางควรปรับปรุงอย่างไร เพื่อให้ได้คนเก่ง คนดีจริง ๆมาเป็นครู และให้นำข้อสรุปมาเสนอในการประชุมบอร์ด ก.ค.ศ.นัดหน้า “ รมว.ศธ. กล่าว
นายจุรินทร์ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมยังได้กำชับให้ดูแลการเลือกตั้งผู้แทนครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) ซึ่งจะมีขึ้นทั่วประเทศในวันที่ 14 ธ.ค. นี้ให้มีความบริสุทธิ์ ยุติธรรรม โดยใช้มาตรา 93 ของ พ.ร.บ.ครูและบุคลากรทางการศึกษา กำกับดูแลการเลือกตั้ง ซึ่งในมาตราดังกล่าว ระบุวา ห้ามมิให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไปเกี่ยวข้องกับการดำเนินการใด ๆ ที่มีลักษณะทุจริต โดยการซื้อสิทธิ์ขายเสียงในการเลือกตั้งใด ๆ รวมทั้งต้องไม่ให้การส่งเสริม สนับสนุนหรือชักจูงผู้อื่นกระทำการในลักษณะเดียวกัน การดำเนินการที่ฝ่าฝืนข้อห้ามนี้เป็นความผิดทางวินัยร้ายแรง



