
ละเลียดรสสุก-ดิบ อาทิตย์อุไทย
เคลื่อนไหวและพ่นไฟได้ พร้อมส่งเสียงร้องดุจมีชีวิต กระตุกต่อมความอยากรู้อยากเห็นของผู้คนให้เข้าไปสัมผัสใกล้ๆ คือหุ่นยนต์ "ไจแอ้นท์ โทรายัน" ผลงานของ ยาโนเบะ เคนจิ ศิลปินชาวอาทิตย์อุทัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยสะท้อนมุมมองความเปลี่ยนแปลงทา
สุก-ดิบ อาทิตย์อุไทย หรือ "บิดเบี้ยว และ ตะโกน" อุบัติขึ้นจากความร่วมมือของหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และเจแปนฟาวเดชั่น ที่นำเสนอผลงานของศิลปินร่วมสมัยชาวญี่ปุ่น พร้อมร่วมเฉลิมฉลองการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศลุ่มแม่น้ำโขงและญี่ปุ่น ซึ่งผลงานที่ขนมาคราวนี้ได้รับการคัดสรรอย่างดิบดีโดย เคนจิ คูโบตะ ภัณฑารักษ์อิสระ และ โยโกะ โนเสะ ภัณฑารักษ์จากพิพิธภัณฑ์ศิลปะโตโยต้า มิวนิซิเพิล โดยมุ่งหวังให้เป็นการสำรวจผลงานศิลปะที่สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายในแง่มุมทั้งกรอบความคิด และสังคมของคนร่วมสมัย จากงานจิตรกรรม ศิลปะการจัดวาง วิดีโออาร์ ประติมากรรม ภาพถ่าย หรือแม้แต่หุ่นยนต์ขนาดใหญ่สูงกว่า 7 เมตร และหุ่นยนต์ขนาดจิ๋วรวมกว่า 40 ชิ้นจาก 17 ศิลปิน
เพ่งมองให้ลึกถึงแก่นใน วัฒนธรรมวัยรุ่นญี่ปุ่นในมุมที่น่าฉงนฉงายถูกตีความออกมาเป็นความต้องการของวัยรุ่นที่อยากจะบิดเบี้ยว และตะโกน โดยศิลปินทั้ง 17 คนนำเสนอผลงานหลากหลายที่ทำให้เห็นภาพยอดฮิตและคุ้นตา ขณะเดียวกันก็เผยให้เห็นถึงประเด็นปัญหาเร่งด่วนของสังคมญี่ปุ่นในยุคปัจจุบันผ่านเนื้อหา 3 ส่วน ได้แก่ โลกบิด/จิตเบี้ยว,เหลียวมองโลก และ ก่นดังๆ หรือกู่เบาๆ อย่างภาพวาดในบริบทเหลียวมองโลกของ อาโออิ เรียวโกะ สื่อออกมาเหมือนกับภาพย่อของโลกที่ประกอบไปด้วยการเปลี่ยนแปลงของจักรวาลที่ขยายไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้เห็นถึงโลกที่แตกต่างผ่านจุดและร่องรอยเล็กๆ ท่ามกลางรายละเอียดที่อาโออิสร้างขึ้น
หรือผลงานชื่อ "โมนูเม้นท์ ฟอร์ น็อทติ้ง ทรี" ของ ไอดะ มาโกโตะ ซึ่งโดดเด่นในการใช้กระบวนการชั้นสูงที่ดึงเอาองค์ประกอบของศิลปะและวัฒนธรรมญี่ปุ่นดั้งเดิมมาใช้ในการสร้างงานศิลปะในรูปแบบเฉพาะตัว ไอดะเปรียบได้กับลักษณะของสังคมญี่ปุ่นในปัจจุบันที่ผสมระหว่างการนับถือเงินทองเป็นใหญ่และความไม่ประสาของมนุษย์ โดยอธิบายลักษณะอาการป่วยทางจิตที่มีอยู่แต่กำเนิดของคนญี่ปุ่นได้อย่างชาญฉลาด ผ่านผลงานที่มีรูปแบบแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น แอนิเมชั่น ภาพสองมิติของบรรดาหญิงสาวผู้น่ารัก และภาพอวัยวะบางส่วนของร่ายกายด้วยวิธีสร้างภาพที่มีสีสันสดใส
ส่วนผลงานของ คาเนะอุจิ เท็ปเป ชื่อ "ไวท์ ดิสชาร์จ" ที่เอาปูนพลาสเตอร์ไปปกคลุมวัตถุจนทำให้ผลงานดูไร้ความหมาย และสีขาวของถุงพลาสติกที่ปกปิดของใช้ประจำวันต่างๆ อย่างไร้เหตุผล ซึ่งสีขาวในที่นี้น่าจะหมายถึงระยะทางว่างเปล่าระหว่างเรากับโลกภายนอก
ทว่าท่ามกลางความขัดแย้งในการนำเสนอผลงาน ยังมีมุมศิลปะที่มองแล้วเกิดความหวังในชีวิต และมีอนาคต อย่างผลงานชื่อ "โก ฟอร์ ฟิวเจอร์" ของศิลปินอารมณ์ดี เอ็นโด อิจิโร่ ที่นำรถตุ๊ก ตุ๊ก เอกลักษณ์ไทยมาสร้างสรรค์ และตัวของเขาเองก็เป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะสนุกสนานนี้ ซึ่งบ่อยครั้งเขาก็ส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจแก่ศิลปินหรือศิลปะ ซึ่งเสียงที่เปล่งออกมานั้น คือ สิ่งที่เขาได้สัมผัสผ่านการเดินทางของตัวเอง
โลกาภิวัตน์ทำให้ความแตกต่างของศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยในประเทศไทยและญี่ปุ่นมีช่องว่างลดลงกว่าแต่ก่อน ผลงานหลายชิ้นเหล่านี้อาจเปิดเผยแง่มุมอีกด้านของวัฒนธรรมร่วมสมัยของญี่ปุ่น เปลี่ยนความเข้าใจใหม่อย่างทันทีทันใดให้เกิดขึ้นในหมู่คนไทยก็เป็นได้ ซึ่งมุมมองใหม่ที่ไม่สู้จะปรากฏมากนักในแวดวงศิลปะเมืองไทยนี้เปิดให้เข้าไปร่วมค้นหาคำตอบบริเวณโถงนิทรรศการ ชั้น 8 ของหอศิลป์ฯ ระหว่างเวลา 10.00-21.00 น.(เว้นวันจันทร์) จนถึง 10 มกราคมปีหน้าโน่น...



