
เปิดตำนานศิลป์ไทย"ศาสตรเมธี ปัญญา เพ็ชรชู"
ยามเช้า ณ อาคาร 3 ภายในคณะออกแบบของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) รัตนโกสินทร์ วิทยาเขตเพาะช่าง นกพิราบนอนนิ่งคุดคู้ราวกับรูปปั้นอยู่บนตู้วางอุปกรณ์ต่างๆ เหนือขึ้นไปบนผนังกาน้ำรูปทรงโบราณหลากสีแขวนอยู่เรียงราย
ถัดมาอีกมุมหนึ่งนกกระรางหัวหงอกตัวโข่ง 2 ตัวยืนเกาะขอนไม้นอนอย่างสงบ ภายในห้องมีพระพุทธรูปองค์น้อยใหญ่ตั้งอยู่บนโต๊ะหมู่บูชา ผลงานภาพเขียนลายเส้น ภาพเขียนสีชอล์ก สีน้ำมันและสีน้ำทั้งภาพคนเหมือน (พอร์ทเทรท) ภาพทิวทัศน์ ภาพหุ่นนิ่ง รูปปั้นคนเหมือนวางเรียงรายอยู่รอบห้อง ชายวัย 60 ปีท่าทางใจดี ใบหน้ายิ้มแย้มเปี่ยมด้วยความเมตตานั่งโต๊ะมุมห้อง จิบกาแฟกินขนมอย่างเงียบๆ โดยมีภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากอยู่เคียงข้าง เอ่ยทักทายผู้เยาว์ที่มาเยือนอย่างอ่อนโยน "กินกาแฟกันมั้ย?" จากนั้นไม่นานการพูดคุยอย่างออกรสก็เริ่มขึ้น!!
"พ่อผมเป็นคนสงขลา แม่ผมเป็นคนยะลา แต่ผมเกิดที่จ.สมุทรสาคร ผมชอบเรียนศิลปะมาตั้งแต่ชั้นมัธยมเพราะครูดำรง เล็กสวาสดิ์ ซึ่งเป็นศิษย์เก่าเพาะช่างมาเป็นครูที่โรงเรียนแห่งนี้ เมื่อจบม.ศ. 3 ที่โรงเรียนวัดธรรมจริยาภิรมย์ ครูดำรงพามาสอบเข้าที่โรงเรียนเพาะช่างและเรียนจนจบประโยคมัธยมด้านการเขียนที่เพาะช่าง จากนั้นไปเรียนต่อที่วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตรกับศ.อารี สิทธิพันธุ์ เมื่อจบปริญญาตรีการศึกษาบัณฑิตเอกศิลปศึกษาจากประสานมิตรแล้ว ต่อมาปี 2515 สอบบรรจุได้เป็นอาจารย์สอนที่เพาะช่างกระทั่งเกษียณปีนี้รวม 37 ปี" ศาสตรเมธีปัญญา เพ็ชรชู ศิลปินเขียนภาพคนเหมือนสีชอล์กชั้นเยี่ยมของเมืองไทยย้อนอดีต
ศาสตรเมธีปัญญา บอกถึงจุดเริ่มต้นการเรียนรู้การเขียนภาพคนเหมือนด้วยสีชอล์กนั้นตอนเรียนมัธยมได้ไปเรียนรู้การเขียนภาพคนเหมือนด้วยสีชอล์กจากสามเณรชื่อ "ศุภวัฒน์" ที่วัดธรรมจริยาภิรมย์ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร อีกทั้งยังได้แรงสนับสนุนจาก "ครูดำรง เล็กสวาสดิ์" ที่ให้สีชอล์กมา 1 กล่องเพื่อไว้ใช้ฝึกเขียน
ต่อมาเมื่อมาเรียนเพาะช่าง ได้มาเห็นผลงานภาพคนเหมือน ซึ่งเป็นภาพผู้หญิงครึ่งตัวผลงานของ "อาจารย์จำรัส เกียรติก้อง" ศิลปินวาดภาพคนเหมือนชั้นยอดของเมืองไทยในยุคนั้นที่ตั้งอยู่ในร้านจินดามณีเป็นร้านขายสีชอล์กข้างเพาะช่าง ก็รู้สึกประทับใจกับผลงานชิ้นนี้มาก เป็นแรงบันดาลใจให้หันมาฝึกฝนการเขียนภาพเหมือนด้วยสีชอล์กอย่างจริงจัง โดยดูแบบอย่างผลงานของศิลปินชื่อก้องหลายท่านเช่น อาจารย์จำรัส อาจารย์เฉลิม นาคีรักษ์ ฯลฯ เนื่องจากการเขียนภาพสีชอล์กไม่มีอยู่ในหลักสูตรของเพาะช่างแม้จนถึงยุคปัจจุบัน ใครที่สนใจจะต้องใฝ่หาความรู้และฝึกฝนเอง
"ผมเชื่อว่าศิลปะช่วยขัดเกลาจิตใจให้เป็นคนดี รับใช้สังคมและพระพุทธศาสนาอย่างการเขียนภาพคนเหมือนสีชอล์ก มีคนนำภาพถ่ายพ่อแม่ ครู อาจารย์ พระสงฆ์และพระมหากษัตริย์รัชกาลต่างๆ มาให้ผมช่วยเขียน ภาพถ่ายสมัยก่อนเป็นภาพขาว-ดำ แต่เมื่อเขียนด้วยสีชอล์กภาพออกมามีสีสันสวยงามราวกับมีชีวิต สร้างความปลื้มใจแก่คนที่มาขอให้ช่วยเขียน เขานำไปใส่กรอบไว้บูชาในบ้าน เราก็ภูมิใจที่ได้รับใช้สังคม ภาพคนเหมือนที่ผมชอบเขียนที่สุดคือ ภาพพระสงฆ์เพราะเขียนได้ง่ายและท่านนำจิตใจเราไปสู่ความดี กิเลสลดลง"
นอกจากผลงานภาพคนเหมือนที่มีผู้มาขอให้ช่วยเขียนแล้ว "ศาสตรเมธีปัญญา" ยังได้เขียนภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ไทยและพระบรมวงศานุวงศ์ให้แก่หนังสือวชิราวุธานุสรณ์สาร ภาพเหมือนเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ ทั้งหมดยกเว้นรูปปัจจุบัน ภาพเหมือนสมเด็จพระสังฆราช 19 รูปแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ให้แก่วัดบวรนิเวศฯ ซึ่งงานชุดนี้อาจารย์บอกว่ายากเพราะมีเวลาจำกัดและการเขียนภาพเหมือนสมเด็จพระสังฆราชกรุงรัตนโกสินทร์ 4-5 รูปแรกนั้นต้องดูแบบจากรูปปั้นขนาดเล็กและเขียนโดยใช้จินตนาการ
การสอนลูกศิษย์นั้นอาจารย์เน้นใช้ "ความเมตตา" นอกจากให้วิชาความรู้แล้ว ยังเลี้ยงข้าวและขนมด้วย สอนให้ลูกศิษย์รักกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไม่พูดคำหยาบและไม่ทำบาป ใช้ชีวิตตั้งมั่นในความดีเพราะเชื่อว่าบาปตามทันในชาตินี้ ไม่ต้องรอชาติหน้าดังเช่นอาจารย์ที่วัยเด็กชอบตกปลามาวันนี้ต้องทนทุกข์ถูกฉีดยาทุกวันเพราะป่วยเป็นโรคเบาหวาน และสนับสนุนให้ลูกศิษย์แต่ละคนมีฝีมือก้าวหน้าตามสไตล์งานเขียนที่ถนัด
ผลจากการอุทิศแรงกายแรงใจอบรมสั่งสอนลูกศิษย์ รับใช้สังคมและพระพุทธศาสนา ทำให้ในปี พ.ศ.2545 อาจารย์ปัญญา เพ็ชรชู ได้รับพระราชทานรางวัล "ศาสตรเมธี" ในสาขาศิลปกรรมศาสตร์ด้านจิตรกรรมสากล ซึ่งเป็นรางวัลที่มูลนิธิศ.ม.ล.ปิ่นมาลากุลมอบให้แก่นักปราชญ์ในสาขาต่างๆ ที่ทำคุณประโยชน์แก่ชาติ ผู้ที่ต้องการชื่นชมผลงานของศาสตรเมธีปัญญาติดตามได้ที่ "นิทรรศการ 60 ปีศาสตรเมธีปัญญา เพ็ชรชู" ในวันที่ 16-27 ธันวาคม 2552 เวลา 11.00-19.00 น.ณ ห้องนิทรรศการชั้น 4 ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ กทม.
0ธรรมรัช กิจฉลอง 0เรื่อง
0ประชาสัมพันธ์เพาะช่าง 0ภาพ



