ไลฟ์สไตล์

ครม.ตีกลับข้อเสนอก.พ.ร.ไม่โอนรพ.ศูนย์ไปม.รัฐ-ดันสบช.เป็นกรม

ครม.ตีกลับข้อเสนอก.พ.ร.ไม่โอนรพ.ศูนย์ไปม.รัฐ-ดันสบช.เป็นกรม

25 พ.ย. 2552

ครม.ไม่รับข้อเสนอ ก.พ.ร.แยก รพ.ศูนย์/ทั่วไปพ้นอกสธ. มอบแต่ละกระทรวงพิจารณาปรับลดองค์กรเอง นายกฯ เห็นควรยุบ ก.พ.ร.งานเบียดบัง ก.พ.“วิทยา”ขายแนวคิดยุบตำแหน่งระดับผู้บริหารเพิ่มตำแหน่งปฏิบัติการ ชง สบช.เป็นกรมรับผิดชอบผลิตบุคลากรทางการแพทย์ แก้บุคลากรขาดแคล

 เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.ไม่รับข้อศึกษาเรื่องการปรับโครงสร้างของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (ก.พ.ร.) เสนอ ให้มีการปรับโครงสร้างกระทรวงต่างๆ โดยเฉพาะส่วนของ สธ.ที่เสนอให้โอนย้ายโรงพยาบาลศูนย์ไปสังกัดมหาวิทยาลัย กระทรวงศึกษาธิการ โรงพยาบาลทั่วไปให้เป็นองค์การมหาชน และให้กรมและกองบางส่วนมีเอกชนเป็นผู้ดูแล โดย ครม.ให้แต่ละกระทรวงกลับไปพิจารณาภายในหน่วยงานของตนเอง เพื่อปรับปรุงหน่วยงานให้ลดภาระค่าใช้จ่ายของหน่วยงานลง นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยังมีความเห็นควรยุบ ก.พ.ร. เนื่องจากการตั้ง ก.พ.ร.เป็นหน่วยงานเฉพาะกิจ ที่ดูแลด้านการปฏิรูประบบราชการ และอาจมีการทับซ้อนหรือเบียดบังในการทำงานกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) 

 นายวิทยากล่าวต่อว่า ในส่วนของกระทรวงได้มอบหมายให้ นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุขตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาการปรับโครงสร้างของกระทรวงให้มีความเหมาะสม เกิดความสมดุลระหว่างกำลังคนและลักษณะงาน โดยเบื้องต้นมีหลักในการพิจารณา 2 เรื่อง คือ 1.ในส่วนของเจ้าหน้าที่ภาคปฏิบัติ คือ บุคลาการทางการแพทย์ทุกวิชาชีพด้านสาธารณสุข ให้ปรับเพิ่มตำแหน่งให้เพียงพอกับจำนวนประชากร และ 2.ตำแหน่งบริหาร ให้ยุบตำแหน่งที่ไม่จำเป็น หรือซ้ำซ้อนกันออก เพื่อนำตำแหน่งไปเพิ่มให้แก่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติแทน ซึ่งที่ผ่านมาทุกกระทรวงชอบยุบตำแหน่งระดับปฏิบัติทิ้งไปเพื่อเอาไปเพิ่มให้ในส่วนของตำแหน่งบริหาร เป็นวิธีคิดที่ผิด

 “ผมเห็นว่ากระทรวงสาธารณสุขควรจะเพิ่มกรมขึ้นอีก 1 กรม โดยจะมีการผลักดันให้สถาบันพระบรมราชชนกยกฐานะขึ้นเป็นกรม เพื่อรับผิดชอบในเรื่องของการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งแพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ เป็นต้น จะทำให้สามารถบริหารจัดการเบ็ดเสร็จได้ภายในหน่วยงานเดียว เพราะปัจจุบันสถาบันพระบรมราชชนกดูแลเรื่องการผลิตพยาบาลอยู่แล้ว แต่นักศึกษายังต้องไปรับปริญญาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏ ซึ่งขณะนี้ก็มีการเสนอร่าง พ.ร.บ.สถาบันพระบรมราชชนกเพื่อยกเป็นกรมอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริหารกระทรวง จะต้องศึกษาข้อดี ข้อเสีย ผลกระทบให้รอบด้านก่อน” นายวิทยากล่าว