
อย่าใช้ ผิดท่า หมอนรองกระดูกสันหลัง
ปัญหาเรื่องโรคหมอนรองกระดูกสันหลัง นับว่าเป็นเรื่องที่บั่นทอนสมรรถภาพ และคุณภาพชีวิตทั้งร่างกายและจิตใจ
ทำให้เกิดความเจ็บปวดทุกข์ทรมานกับตัวเรามาก จนไม่กล้าที่จะก้ม ยกของ ออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาอย่างที่อยากทำ กลัวว่าจะเกิดหมอนรองกระดูกเคลื่อนมากขึ้นจนแทบไม่กล้าที่จะออกกำลังกาย ทำให้กล้ามเนื้อพลอยเสื่อมสมรรถภาพตามไปอีก บางคนกลัวว่าจะเป็นอัมพาตหรือเปล่า แก่ตัวไปจะลำบากช่วยเหลือตัวเองไม่ได้หรือเปล่า แล้วเจ้าตัวหมอนรองกระดูกสันหลังมันสำคัญอย่างไร มีหน้าที่อะไร ทำไมคนถึงเป็นโรคนี้กันเยอะ
หลังของเราประกอบด้วย กระดูกสันหลัง หมอนรองกระดูกสันหลัง และเส้นประสาท กระดูกสันหลังของคนเราประกอบขึ้นเป็นปล้องๆ แต่ละปล้องจะยึดต่อกันโดยตัวหมอนรองกระดูก ซึ่งทำหน้าที่เหมือนหมอนรองรับน้ำหนัก หรือโช้คอัพ ช่วยลดแรงกระแทก และคอยปกป้องไขสันหลังและเส้นประสาท นอกจากนี้ยังช่วยให้กระดูกสันหลังของเราไม่ยึดติดกันจนแน่นเกินไป สามารถจะก้มตัวหรือแอ่นตัวได้
หากพิจารณาองค์ประกอบของหมอนรองกระดูกสันหลัง (DISC) จะพบว่า ตรงกลางจะมีส่วนประกอบเป็นของเหลวคล้ายวุ้นเจล ล้อมรอบไปด้วยเนื้อเยื่อหุ้มรอบตัววุ้น ซึ่งต่อกันเหมือนกับเสื่อถัก ให้ความแข็งแรงและเพิ่มความยืดหยุ่น อีกทั้งป้องกันไม่ให้ตัววุ้นเคลื่อนหลุดไหลออกไปจากบริเวณที่อยู่ ถ้าลองนึกภาพดูจะเหมือนกับรูปขนมโดนัท โดยตัวเยื่อหุ้มจะเหมือนกับตัวแป้งโดนัท ส่วนวุ้นเจลจะเหมือนไส้แยมที่อยู่ตรงกลางโดนัท แต่เนื่องจากหมอนรองกระดูกมีสภาพเป็นของเหลวเหมือนวุ้น มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก และโปรตีโอไกลแคน ซึ่งตัวโปรตีโอไกลแคนนี้เป็นสารโปรตีนที่มีคุณสมบัติสำคัญในการอุ้มน้ำ หรือดูดซับน้ำกลับคืน เพื่อให้สภาพของหมอนรองกระดูกมีคุณสมบัติยืดหยุ่น และปริมาณเท่าๆ เดิม เมื่อมีน้ำหนักกดกระแทก นั่นคือ เมื่อเรานั่ง ยืน เดิน น้ำจะถูกขับออกมาจากวุ้น เพื่อลดแรงกระแทก และจะกลับเข้าไปเหมือนเดิมเมื่อเรานอนหลับพักผ่อน มีความหนาหรือความสูงเหมือนเดิม
ดังนั้น เมื่อถามว่าความสูงของเราจะมากที่สุดช่วงเวลาไหนของวัน คำตอบ คือ ตอนเช้า หรือตอนตื่นนอน นั่นคือยังไม่มีการยุบตัวลงของหมอนรองกระดูก
แต่เมื่อคนเราอายุมากขึ้น โดยทั่วไปมากกว่า 40 ปี ปริมาณน้ำและโปรตีนในหมอนรองกระดูกจะลดน้อยลงทำให้การเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังทำได้น้อยลง สมรรถภาพในการลดแรงกระแทก หรือแรงกดลดลง ทำให้เกิดภาวะเสี่ยงต่อหมอนรองกระดูกเคลื่อนได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งลักษณะอิริยาบถต่างๆ มีผลต่อแรงดันที่กระทำต่อหมอนรองกระดูกสันหลัง หากกระทำต่อเนื่องนานๆ แล้วท่าไหน อิริยาบถใดล่ะที่จะทำให้เกิดหมอนรองกระดูกเคลื่อน ตัวอย่างเช่น ท่านั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนั่งยกของ หรือเอี้ยวไปหยิบของที่พื้น จะทำให้เกิดแรงดันในหมอนรองกระดูกมากที่สุดจนเกินกว่าเยื่อหุ้มหมอนรองจะรับไหว ตัววุ้นที่อยู่ตรงกลางจะเคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งปกติ ถ้าแรงกระทำมากเกินกว่าเยื่อหุ้มจะรับไหว จะทำให้เกิดการแตกของวุ้นเจล เรียกว่า "หมอนรองกระดูกแตก" ดังรูป ***ใช้รูปหมอนรองกระดูกวางใกล้ๆ***
เมื่อเคลื่อนถึงจุดหนึ่งก็จะไปเบียด หรือ กดทับเส้นประสาทสันหลังที่อยู่ในช่องโพรงกระดูก เกิดเป็นโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนตามมาในที่สุด วิธีการป้องกันไม่ให้เกิดโรคนี้ก็คือ การปรับท่าทางที่เหมาะสม เราจึงจำเป็นต้องทราบว่า การปรับท่านอนที่เหมาะสมนั้น จะมีส่วนสำคัญยิ่งที่ทำให้ท่านไม่ต้องเป็นโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อน เพราะในขณะที่นอนราบแรงดันที่เกิดในหมอนรองจะน้อยที่สุด และจะน้อยมากเมื่อเราใช้ผ้าหรือหมอนรองใต้หัวเข่าขณะนอนราบ ดังนั้นในผู้ป่วยที่มีภาวะหมอนรองกระดูกเคลื่อนในระยะแรกๆ หรือในคนที่มีอาการปวดหลัง การนอนราบจึงเป็นวิธีที่ช่วยบรรเทาอาการปวดจากหมอนรองกระดูกที่ดีที่สุด
โรงพยาบาลพญาไท
โทร. 1772



