
มติบอร์ดสพฉ.ตั้งคณะทำงานหาแหล่งเงิน-เล็งดึงเงินสปส.
เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน (บอร์ด สพฉ.) ว่า
มติบอร์ดสพฉ.ให้แต่งตั้งคณะทำงานร่วมพิจารณาหาเงินสนับสนุนกองทุนการแพทย์ฉุกเฉินเพิ่มเติม เนื่องจากงบประมาณที่ได้รับในปี 2553 ไม่เพียงพอในการเพิ่มศักยภาพจากเดิมเหมือนมูลนิธิเข้าสู่ระบบที่มีมาตรฐาน ตนให้เวลาคณะทำงาน 2 เดือน จากนั้นนำมาเสนอในบอร์ด สพฉ.อีกครั้ง
นายวิทยา กล่าวอีกว่า คณะทำงานต้องศึกษาว่าจะเพิ่มรายได้มาจากส่วนใดได้บ้าง เช่น กองทุนประกันสังคม (สปส.) กองทุนสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ และกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 อาจจะคำนวณเงินสนับสนุนบริการการแพทย์ฉุกเฉินต่อหัวประชากร ลักษณะเดียวกับที่รัฐบาลให้งบประมาณเหมาจ่ายรายหัวให้แก่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
“กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถ มีข้อมูลที่น่าใจ เนื่องจากมีค่าบริหารจัดการที่สูงมาก 40% แต่มีการชดเชยให้แก่ผู้ประสบภัยจากรถเพียง 50% ขณะที่อุบัติเหตุจากรถยนต์ถือเป็นอันดับต้นๆ ที่จำเป็นต้องใช้บริการการแพทย์ฉุกเฉิน ไม่แยกแยะไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ลูกจ้างส่วนตัวผมเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างมาก เพราะแพทย์ฉุกเฉินที่ช่วยเหลือก็เป็นผู้ประสบภัยจากรถ” นายวิทยา กล่าว
ด้าน นพ.ชาตรี เจริญชีวะกุล เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กล่าวว่า งบปี 2553 ได้รับเพียง 444.97 ล้านบาท สำหรับเป็นค่าชดเชยการบริการการแพทย์ฉุกเฉินเพียง 7 แสนครั้ง ขณะที่จากการคำนวณจากความจำเป็นที่ผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินต้องได้รับบริการก่อนถึงโรงพยาบาล ผ่านระบบการแพทย์ฉุกเฉินในปี 2553 มีถึง 1.2 ล้านครั้ง ต้องใช้งบประมาณ 797 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้สพฉ.ยังไม่ได้รับจัดสรรงบเพื่อพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน



