
กรมศิลป์ทำประกันงานบอลลูนห้ามขึ้นชมวิววัดช้าง-มเหยงคณ์อยุธยา
กรมศิลป์คุมบอลลูนนานาชาติลอยบนพื้นที่มรดกโลกอยุธยา ซึ่งถือเป็นการแสดงครั้งแรกของโลก ด้วยการทำประกันภายแหล่งโบราณสถาน-ห้ามประชาชนขึ้นชมวิว ที่โบราณสถานวัดช้างและวัดมเหยงคณ์ จ.พระนครศรีอยุธยา 3 - 6 ธันวาคมนี้
นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยโครงการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทุนทางวัฒนธรรม (วธ.) ว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 82 พรรษา 5 ธันวาคม 2552 วธ.ได้ร่วมกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และภาคเอกชน จัดงานเทศกาลบอลลูนนานาชาติประเทศไทย ครั้งที่ 3 ในชื่อ “เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เชื่อมไทยเชื่อมโลก” (Thailand International Balloon Festival 2009) ระหว่างวันที่ 3-6 ธันวาคม 2552 ณ โบราณสถานวัดช้างและวัดมเหยงคณ์ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไปเป็นประธานพิธีเปิดในวันที่ 3 ธันวาคม
ทั้งนี้ หลายฝ่ายมีความกังวลกับบอลลูนที่ลอยขึ้นไปอยู่บนท้องฟ้าในช่วงวันเวลาที่จัดแสดงบริเวณพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งอาจจะเกิดอุบัติเหตุส่งผลกระทบต่อโบราณสถานขึ้น คณะกรรมการจึงมีการหารือกันถึงมาตรการป้องกัน เพื่อไม่ให้องค์เจดีย์โบราณสถานเกิดความเสียหาย โดยกำหนดให้บอลลูนลอยอยู่ห่างจากโบราณสถานในรัศมี 60-100 เมตร ที่สำคัญไม่ให้ใช้พื้นที่การแสดงบริเวณวัดพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งเป็นใจกลางโบราณสถานมรดกโลก แต่ใช้พื้นที่โล่งบริเวณวัดมเหยงคณ์จัดแสดง
อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวอีกว่า การปล่อยบอลลูนขึ้นท้องฟ้าต้องใช้พื้นที่ 50 ตารางเมตรต่อ 1 ลูก ปล่อยขึ้นจนกว่าจะครบจำนวน 8 ลูก ลักษณะของบอลลูนจะมีคนบังคับหรือคนขับ ซึ่งต้องเป็นผู้ที่ได้รับการฝึกฝนผ่านการอบรมนักบินมาอย่างดี มีใบอนุญาตเฉพาะจึงจะขึ้นไปขับบอลลูนได้ อย่างไรก็ตาม ผู้จัดได้มีการทำประกันภัยไว้หากเกิดอุบัติเหตุกระทบต่อโบราณสถาน และห้ามผู้ชมขึ้นบอลลูนชมวิวทิวทัศน์อุทยานฯ เพราะจัดแสดงกลางคืน แต่สามารถถ่ายภาพได้
“การจัดแสดงบอลลูนนานาชาติในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่มีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ภายในอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก มีนักบินบอลลูนจากนานาชาติทั่วโลกเข้าร่วมแสดง ได้แก่ ประเทศอังกฤษ เนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ ออสเตรีย ญี่ปุ่น ไทย และมีการจัดแสดงทางศิลปวัฒนธรรม นาฏศิลป์โขนละคร ออกร้าน สามารถสร้างความสนใจดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติเข้ามาชมหลายแสนคน ช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่จังหวัดตามนโยบายรัฐบาลโครงการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ประชาชนทั่วไปสามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ในราคา 50 บาท และบัตรเด็กราคา 20 บาท รายได้ทั้งหมดจะนำไปสมทบทุนการปฏิสังขรณ์อุทยานประวิตศาสตร์ และโบราณสถานต่อไป” อธิบดีกรมศิลปากร กล่าว



