
หนึ่งในล้าน
วันนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้เขียนคอลัมน์ท่ามกลางเสียงคลื่นและสายลม รวมทั้งอากาศที่สดชื่นในช่วงสี่โมงเย็นกว่าๆ หรือที่คนโบราณชอบพูดว่า "แดดร่มลมตก"...
และที่ผมมีโอกาสมาเขียนคอลัมน์พร้อมๆ กับเสียงคลื่นนั้นผมไม่ได้หนีมาเที่ยวทะเล แต่เป็นเพราะว่าผมมาโชว์เดี่ยวระนาดให้แก่งานเลี้ยงลูกค้าระดับวีไอพีของธนาคารไทยพาณิชย์นั่นเอง ก็เลยอาศัยช่วงที่กำลังรอจะแสดงมาเขียนคอลัมน์ เหมือนกับเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
อ้อ ผมลืมบอกไปว่าตอนนี้ผมอยู่ที่ชายหาดของโรงแรมอลีลา ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับหาดชะอำนั่นเอง ความจริงแล้วถ้าพูดถึงธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นทะเล น้ำตก ภูเขา เมืองไทยของเราจัดว่ามีสถานที่หรือแหล่งที่เป็นธรรมชาติที่สวยงามไม่แพ้ชาติใดในโลก ซึ่งฝรั่งมังค่าจะทราบกันดีและก็จะมาหนีหนาวกันในช่วงปลายปี แต่ตอนนี้จำนวนชาวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวเมืองไทยมีจำนวนลดน้อยไปกว่าเดิมมาก และมันต้องเป็นเพราะเหตุผลในเรื่องของเศรษฐกิจที่กระทบไปทั่วโลกผนวกกับเรื่องอื่นๆ ของบ้านเราเข้าไปอีกมันก็เลยพากันไปใหญ่
ที่ผมทราบดีว่าฝรั่งที่มาเที่ยวบ้านเรามีจำนวนน้อยลงนั้น ก็เป็นเพราะว่าผมมีเพื่อนๆ ที่เล่นดนตรีไทยอยู่แถวภูเก็ตและสมุยรวมถึงพัทยา ทุกคนจะพูดเหมือนกันว่ามีนักท่องเที่ยวไม่ถึง 50% ถ้าเปรียบเทียบกับเมื่อสามปีก่อนหน้านี้ ดังนั้นมันก็มีอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยได้ก็คือพวกเรานั้นแหละ เที่ยวทั่วไทยเศรษฐกิจครึกครื้น พูดง่ายๆ ว่าไม่มีใครมาเที่ยวเราก็ไปเที่ยวกันเสียเอง และถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องไปเที่ยวต่างประเทศ
เอาละครับทีนี้ผมกลับไปในคำถามที่เข้ามาทาง hi5 ของผมจาก คุณอ๊อฟซ่า ซึ่งถามว่า อาจารย์ชอบดูตลกไหมครับ อันนี้ขอตอบตามตรงว่า ชอบและก็ไม่ชอบ ก็คือศิลปินตลกในเมืองไทยจะมีอยู่มากมายหลายคณะและวิธีนำเสนอของแต่ละคณะก็จะไม่เหมือนกันโดยส่วนตัวของผมนั้นจะชอบตลกที่เล่นและเป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งก็จะมีอยู่หลายคณะและหลายรายการ
ถ้าเป็นตลกที่เล่นเป็นคณะผมคิดว่า "ชวนชื่น" เป็นตลกที่มีสาระและชอบเล่นเป็นเรื่องราวต่างๆ อย่างเช่นตอนนี้ที่ช่อง 23 ของทรูวิชั่นหรือช่องเฮฮาก็จะมีรายการ "ชวนชื่นโชว์" ที่ผมชอบดูถึงแม้บางครั้งจะมีนักแสดงบางคนออกจะหลุดๆ และโอเวอร์ไปหน่อย แต่มันก็ไม่มาก แต่สิ่งที่สำคัญพวกเขามีความคิดที่จะอนุรักษณ์ศิลปะพื้นบ้าน ล่าสุดทำรายการ เป็นไทย โดยเอาลิเกคณะต่างๆ มาสลับหมุนเวียนผลัดกันเล่นโดยมี คุณจอย และ คุณแจ๊ส ชวนชื่น เป็นพิธีกรดำเนินรายการ
จริงๆ แล้วพวกเขาก็เป็นตลกที่มีพื้นเดิมมาจากลิเกแท้ๆ ไม่ใช่ตลกลิเกซึ่งผมเคยเห็นพวกเขารำ เพลงช้าเพลงเร็ว ทุกคนอยู่ในเกณฑ์ที่เรียกว่ารำสวยโดยเฉพาะคุณจิ้มกับคุณจอย สรุปเลยว่าพวกเขาเป็นลิเก พอหลังจากโด่งดังจากการเล่นตลกพวกเขาไม่เคยลืมรากเหง้าของเขาเองและก็ยังไม่ลืมที่จะให้โอกาสแก่ผู้ที่มีอาชีพเดียวกัน ด้วยการทำรายการเป็นไทยโดยให้เหล่าบรรดาลิเกหมุนเวียนเปลี่ยนกันเล่นผมก็ต้องขอชมเชยและให้กำลังใจแก่ชวนชื่นแฟมมิลี่ต่อไป
ส่วนตลกที่เป็นรายการทีวีผมชอบก็มี ก่อนบ่ายคลายเครียด ซึ่งพวกเขาก็มักเล่นเป็นเรื่องราวต่างๆ เหมือนกับชวนชื่น แต่รายการก่อนบ่ายฯ ส่วนใหญ่นักแสดงก็จะมาจากคณะเชิญยิ้ม และผมก็คิดว่าส่วนใหญ่ก็มีพื้นเพมาจากลิเกเหมือนกัน ดาราชูโรงก็คือ พี่โย่ง เชิญยิ้ม ซึ่งมุกตลกของเขาจะมาจากการใช้คำพูด ซึ่งสิ่งนี้แหละเป็นสิ่งที่ผมชื่นชอบมากที่สุด และอีกรายการหนึ่งที่ผมชอบคือ หมู่เจ็ดเด็ดสะระตี่
สรุปก็คือผมชอบดูตลกที่เป็นสาระและไม่หยาบคายครับ
ตอนนี้ผมหมดคำถามแล้ว แต่ยังมีเนื้อที่เหลืออยู่อีกพอสมควร ก็อยากจะเขียนเรื่องที่เป็นข่าวมาเมื่อเร็วๆ นี้คือเมื่อสัปดาที่แล้วผมขับรถและได้ฟังรายการวิทยุคลื่นกีฬาแต่เป็นช่วงข่าวและมีข่าวของครูดนตรีไทยอยู่ทางสมุทรปราการ ได้กระทำชำเรากับลูกศิษย์ตัวเองซึ่งเป็นนักเรียนอยู่ชั้นประถม 6 และมาเรียนพิเศษกับเขาที่บ้าน ก็หลอกว่าจะทำพิธีไหว้ครูและให้ไปอยู่กับตนตามลำพังในห้อง และก็ยังบังคับให้เด็กเปลือยกายโดยอ้างว่าจะต้องลงคาถา แต่เด็กไหวตัวทันจึงได้หนีกลับไปบ้านและนำเรื่องราวทั้งหมดไปบอกคุณแม่ สุดท้ายครูก็โดนตำรวจจับ ซึ่งผมฟังดูแล้วก็รู้สึกว่าหดหู่ ตอนท้ายผู้อ่านข่าวก็ยังบอกว่า สมัยนี้มันไว้ใจใครไม่ได้แม้กระทั่งจะเรียนดนตรีไทย
ซึ่งประโยคนี้ผมว่ามันทำให้คนที่ไม่เคยทำแบบนั้น และก็ไม่คิดว่าจะทำแบบนั้นมันก็เสียใจและมันก็ยากที่จะอธิบายให้เข้าใจในความรู้สึก เอาง่ายๆ ว่า 99.99999% ของครูดนตรีไทยทั้งหมด ไม่มีใครคิดที่จะทำแบบนั้น และมันก็คงเป็นแค่ หนื่งในล้าน เท่านั้นเองแหละครับ
"ขุนอิน"



