ไลฟ์สไตล์

 ฝ่าม่านหมอกสู่ดอยอ่างขางสัมผัสลมหนาวในป่าไม้งาม

ฝ่าม่านหมอกสู่ดอยอ่างขางสัมผัสลมหนาวในป่าไม้งาม

22 พ.ย. 2552

ดอกไม้เมืองหนาวนานาชนิด ทั้งแม็กโนเลีย คาเมเลีย ซากุระญี่ปุ่น ซัลเวียแองเจิล รวมถึงดอกฝิ่น บานสะพรั่งในแปลงไม้ดอกไม้ประดับกลางแจ้ง "สวน 80 " ใกล้เรือนนอนที่เราแลเห็นช่วงเย็นเมื่อวันวานนั้น ถูกคลุมด้วยม่านหมอกสีขาวโพลนจนเห็นรางๆ ในขณะที่เรายืนที่ระเบียงบ้

 ประมาณการว่า ณ เวลายามเช้าของวันนั้นอุณหภูมิไม่น่าจะเกิน 10 องศาเซลเซียส แต่ จรุวรรณ  ยิ้มหิ้น ประชาสัมพันธ์สาวประจำสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ผู้ซึ่งมาต้อนรับเรา บอกว่า ที่นี่อากาศในตอนเช้าจะเย็นยะเยือกถึง 5 องศาเซลเซียส และร้อนสุดไม่เคยเกิน 27 องศาเซลเซียส คงไม่แปลกอะไรเลยที่ทีมงาน "ท่องโลกเกษตร" จาก "คม ชัด ลึก" ของเราต่างเกี่ยงที่จะเป็นคนอาบน้ำตอนเช้าเป็นคนแรก เพราะทุกคนดูเหมือนว่าชีวิตมีความสุขที่สุดในเวลานั้น คืออยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา และไม่ต้องการที่จะเดินเข้าห้องน้ำในสภาพที่นุ่งผ้าขนหนูจากเรือนพักเพียงครึ่งท่อนท้าลมหนาว ขณะที่ผู้คนที่อยู่บริเวนนั้น ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่และชาวพื้นเมืองที่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าต่างๆ ต่างอยู่ในชุดเสื้อกันหนาวเช่นกัน

 นี่เป็นสภาพจริงของสภาพภูมิอากาศที่ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง หรือที่เรียกว่า โครงการหลวงอางข่าง ตั้งอยู่บนดอยอ่างขาง (บนเทือกเขาตะนาวศรี) ที่บ้านแม่งอน ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ในวันที่เราไปสำรวจเส้นทางที่โต๊ะข่าวเกษตร/ทำมาหากิน หนังสือพิมพ์ "คม ชัด ลึก" จะจัดโครงการ "เกษตรทัศนศึกษา" หรือท่องโลกเกษตร " ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และลำพูน 5-6 แห่ง ระหว่างวันที่ 10-12 ธันวาคมที่จะถึงนี้ และโครงการหลวงอ่างขางก็ถือเป็น 1 ใน 6 ของที่เราเลือกไว้และจะเดินทางขึ้นดอยอ่างขางในตอนเช้ามืดวันที่ 11 ธันวาคม หลังจากที่รับประทานอาหารเช้าที่รีสอร์ทริมดอยที่ดอยสะเก็ด

 สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เป็นโครงการพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรม ทดแทนการปลูกฝิ่น และเป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง ตั้งขึ้นมาเมื่อปี 2512 ตามแนวพระราชดำริที่ว่า “ให้เขาช่วยตัวเอง” นั่นหมายถึงการช่วยเหลือชาวเขาที่ปลูกฝิ่น ให้เปลี่ยนพื้นที่จากไร่ฝิ่นมาเป็นแปลงเกษตรเมืองหนาวที่สร้างรายได้ดีกว่า สภาพสถานที่อยู่บนที่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,400 เมตร และมียอดดอยสูงถึง 1,928 เมตร มีเนื้อที่สำหรับเป็นศูนย์วิจัยทดสอบพืชพรรณเมืองหนาว 1,1212 ไร่ แต่พื้นที่รับผิดชอบ 16,577 ไร่

 ภายในโครงการเป็นแหล่งงานรวบรวมและศึกษาพันธุ์ไม้ผลเขตหนาวชนิดต่างๆ เช่น พีช สาลี่ พลับ พลัม บ๊วย กีวี และสตรอเบอร์รี่ งานศึกษาพันธุ์ไม้โตเร็วชนิดต่างๆ และไผ่ต่างๆ สำหรับใช้ปลูกทดแทนป่าไม้ที่ถูกทำลาย เช่น ไม้โตเร็ว กระถินดอย เมเปิลหอม และไผ่หวานอ่างขาง ฯลฯ งานศึกษาและทดสอบพันธุ์ไม้ตัดดอก เช่น กุหลาบ ฟรีเซีย ไม้หัวและไม้ดอกกระถาง งานศึกษาและรวบรวมพันธุ์พืชสมุนไพร พืชผักเมืองหนาวชนิดต่างๆ และงานศึกษาพืชชนิดต่างๆ ได้แก่ ข้าวสาลี และลินิน เป็น

 ปัจจุบันมีแปลงเกษตรที่น่าสนใจหลายแห่ง ซึ่งจรุวรรณพาไปชมนั้นจุดแรกที่แปลงไม้ดอกไม้ประดับกลางแจ้งในสวน 80 ซึ่งมีไม้ดอกเมืองหนาวหลายชนิดทั้งเป็นไม้ดอกไม้ประดับในท้องถิ่น และจากต่างประเทศ แต่ในวันที่มาจริง จรุวรรณบอกว่าก่อนที่จะเริ่มต้นที่สวนแห่งนี้จะต้องฟังบรรยายสรุป ชมวีดิทัศน์เกี่ยวกับกิจกรรมภายในโครงการก่อน และสุดท้ายของแปลงไม้ดอกกลางแจ้งที่สวนคำดอย  

 จากนั้นเข้าไปชมแปลงโรงคัด และบรรจุภัณฑ์ผลผลิตทางการเกษตรของโครงการ และของเกษตรกรที่ร่วมโครงการด้วย แปลงถัดไปเป็นแปลงไม้ผล มีทั้งสตรอเบอร์รี่ พีช กีวี พลับ เป็นต้น โดยเฉพาะกีวีมีผลผลิตปีละ 7 ตัน ขายในราคากิโลกรัมละตั้งแต่ 80-150 บาท ผลผลิตทั้งหมดส่งโครงการหลวง ขายภายใต้เครื่องการค้า "ดอยคำ" จุดต่อไปเป็นแปลงศูนย์รวมพืชผักซึ่งปลูกภายในโรงเรือน มีพืชผักมากมาย อาทิ ผักสลัดหลายชนิด สวิสชาร์ด เซเลอรี รูบาบ เป็นต้น 

 ออกจากแปลงศูนย์รวมพืชผัก ไปชมสวนบอนไซอ่างขาง ที่นำเอาพรรณไม้เมืองหนาว ไม้ดอกหอม ไม้โตเร็ว ไม้ทนแล้ง มาดัดเป็นไม้แคระ และสุดท้ายเราจะโรงเรือนไม้ดอก โรงเรือนแห่งนี้นับเป็นจุดศูนย์รวมของดอกไม้งาม ไม้ประดับที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง อาทิ จำพวกพิทูเนีย เจอราเนียม ไม้กินแมลง รวมถึงแปลงปลูกกุหลาบด้วย ซึงจุดนี้เองหากใครสนใจสินค้าในโครงการหลวงอ่างขางสามารถหาซื้อได้

 ตะวันคล้อยบ่ายหลังอาหารเที่ยงบนดอยอ่างขางเราก็อำลาดอยอ่างขาง เพื่อรอวันที่จะหวนกลับไปใหม่อีกครา ก่อนจะไปดูงานอีกหลายแห่ง อ.ไชยปราการ รวมถึงที่ จ.ลำพูน  สนใจโครงการ "ท่องโลกเกษตร" กับ "คม ชัด ลึก" ไปยังดอยอ่างขาง และอีกหลายแห่งของ จ.เชียงใหม่ และลำพูน สอบถามที่โทร.0-2338-3356-7 ค่าลงทะเบียนเพียง 6,848 บาท แถม "คม ชัด ลึก" 1 เดือน