ไลฟ์สไตล์

กาลครั้งหนึ่ง...คิดถึงบ้านยะฟู

กาลครั้งหนึ่ง...คิดถึงบ้านยะฟู

22 พ.ย. 2552

เดินทางไกลแสนไกล สู่แห่งไหนเจ้าหนุ่มน้อย เดินตามรอยแสนรอย บนแผ่นพื้นแห่งขุนเขา มีเรา…คนของเรา อยู่กันมาในป่าใหญ่

 ป่าใหญ่น้อย รอคอยการมาเยือน ป่าเป็นเสมือน บ้านเรือนของเรา คนภูเขา หลายเผ่าพันธุ์ ม้ง ลัวะ มูเซอ อีก้อ หรืออาข่า…ดอยเอยมีหลายดอย ป่าใหญ่น้อยมีแหล่งน้ำ คนเอยมีหลายคนอยู่สับสนบนโลกนี้ คนมีดีไม่ดี อยู่กันมา คู่ฟ้าดิน

 เสียงเพลง "คนบนดอย" เคล้าเสียงกีตาร์ 2-3 ท่อน ของน้าหงา คาราวาน ชวนให้คิดถึงดอยยาว หรือที่ชาวบ้านเรียกขานกันว่า ดอยบ่อ เป็นทิวเขาทอดยาวสลับซับซ้อน อยู่ใน ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย ดอยแห่งนี้ยังไม่มีชื่อปรากฏอยู่ในอุทยานแห่งชาติ แต่เป็นพื้นที่อนุรักษ์ เป็นป่าสงวน เป็นพื้นที่ที่มีคนพื้นที่สูง หรือคนดอย หรือคนภูเขา หรือชาวเขา แล้วแต่ใครจะเรียก อาศัยอยู่หลายหมู่บ้าน ในพื้นที่ที่ทางการกันไว้ให้

 ...ดินแดนแห่งนี้ กำลังเป็นเขตจัดตั้ง อช.ลุ่มน้ำกก-ดอยบ่อ

 7 ปี ที่ผ่านไป วิกกี้ได้มีโอกาสกลับไปเดินเส้นทางสายเดิม แต่ในมุมมองใหม่

 "บ้านยะฟู" หมู่ 11 ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย สถานที่ตั้งดูเหมือนอยู่ในความเจริญของเขตเมือง แต่ใครจะรู้บ้างว่า กว่าจะขึ้นถึงบ้านยะฟูได้ ไม่ใช่ง่ายๆ เหมือนกัน เท่าที่รู้ถ้าไม่มีรถขับเคลื่อนแรงๆ สักคัน ก็จะมีรถกระบะที่รับจ้างขึ้น-ลงหมู่บ้านอยู่แค่ 2 คัน คันหนึ่งอยู่เมือง คันหนึ่งเป็นชาวบ้านยะฟู แถมด้วยเส้นทางทรหดที่เขาบอกว่า ถ้าหน้าฝน ก็เหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เพราะทางจะเละ แล้วยังชันๆ อีก

 "ครูอาสา" สถานะใหม่ ที่ใช้ช่วงเวลาสั้นๆ เดินทางกลับไปเยี่ยมเด็กๆ ชาวเขาเผ่าลาหู่แดง (มูเซอแดง) แต่ดูเหมือนว่า งานหลักของวิกกี้จะไปอยู่ในครัวซะเป็นส่วนใหญ่ ไม่นะ...ไม่น้า วิกกี้ไม่ได้มาสอนคหกรรม แต่จำเป็นต้องกินนี่นา ก็เลยรับหน้าที่เป็นแม่ครัว แล้วว่างๆ ก็ไปกระโดดโลดเต้นกับเด็กๆ

 มีโอกาสไปเป็นครูดอย - คอยดู อยู่บนพื้นที่สูง วิกกี้และเพื่อนอีก 2 คน พักที่บ้านนักเรียนชื่อ "พัชนี" ที่ดูจะอยู่ไกล แถมลงเนิน ขึ้นเนินชันอีก...เรื่องราวช่วงที่แปลงกายเป็นครูสอนเรียน ติดตามอ่านใน http://www.oknation.net/blog/Vickie (blogของวิกกี้) แล้วกันนะคะ เพราะวันอาทิตย์แบบนี้ อยากพาผู้อ่านไปเปิดหูเปิดตากับวิวทิวทัศน์สวยงามของดอยบ่อ และหมู่บ้านยะฟูก่อนค่ะ

 3 วัน ที่ได้ไปอยู่ที่หมู่บ้านห่างไกลแห่งนี้ ได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของหมู่บ้านอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ถ้าถามว่าเปลี่ยนอย่างไร วิกกี้คงบอกได้ไม่ชัดเจน เพราะโอกาสอยู่ในหมู่บ้านคราวนั้น น้อยกว่าครั้งนี้มาก หากแต่บ้านเรือนที่แน่นขึ้น การแต่งกายที่เป็นคนเมืองมากกว่าเมื่อก่อน รวมถึงลักษณะครัวเรือน ดูจะเป็นสิ่งที่เปลี่ยนไป 

เช้าแรกที่บ้านยะฟู ต้องตื่นกันตอนตีห้า แต่เราต่อรองขอเป็นเป็นตีห้าสิบห้านาทีแล้วกัน ก็เพื่อนเล่นนัดหมายไปดูอาทิตย์ขึ้นกับทะเลหมอก ที่จุดชมวิวดอยบ่อระยะเดินค่อนข้างไกล เดินกันราวๆ 1 ชั่วโมง ระยะทางไต่ขึ้นเขาชันๆ จากแรกเริ่มที่เดินส่องไฟ เกาะกลุ่ม เริ่มแตกเป็นกลุ่มย่อย วิกกี้เองเดินกับครูมุ่ย เดินไป หอบไป คุยไป แล้วสุดท้ายก็ต้องแวะหยุดถ่ายรูปกลางทาง ตอนที่หันไปเห็น "ไข่แดงโผล่มาแล้ว"   

 ดื่มด่ำกับบรรยากาศบนยอดดอยบ่อนานเอาการ...

 หลังมื้อเช้า เราทั้งหมดก็แปรสภาพเป็นครู มาสอนเด็กๆ และถึงวันนี้จะเป็นวันอาทิตย์ แต่ก็อยู่กับเด็กทั้งวัน ภาคเช้าเรียนในห้อง ภาคบ่ายอากาศร้อน เราก็เล็งชานบ้านร่มๆ ขอยืมเป็นสวนศิลป์ชั่วคราว ให้เด็กนั่งระบายสีปูนปั้นกันอย่างสนุกสนาน

 ราว 4 โมงเย็น ต้องส่งเพื่อน 3 คน เดินทางกลับก่อน เหลือเราอีก 5 คนที่อยู่ต่ออีก 1 วัน คืนนี้เราเลยอพยพข้าวของไปทำกับข้าวกินกันที่บ้านที่เราไปอาศัยนอน อย่างน้อยจะได้พูดคุย ทำความรู้จักกับชาวบ้านด้วย บวกกับชานบ้านกว้างๆ เหมาะกับการนอนดูดาว เลยขอยืมเป็นลานสังสรรค์ยามค่ำคืนไปในตัว

 แถมในคืนสุดท้ายก่อนกลับ เรา 3 สาว กับ 2 หนุ่ม ยังมีโอกาสได้แต่งชุดลาหู่ ไปเต้น "จะคึ" กับสาวๆ ในหมู่บ้าน กว่าจะเต้นเข้าจังหวะก็จบเพลงพอดี 5 5 5 ครูปุ๊ ถ่ายวิดีโอมาดู บอกแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร "ดูเสื้อผ้า หน้าผม ไม่รู้ ก็ดูที่เท้าละกัน สเต็ปหลุดๆ ล่ะก็พวกเรานี่แหละ... ฮา"

 เต้นกันจนเลิกงาน ไม่ดึกเท่าไหร่ เลยไปนั่งคุยกันต่อที่ชานบ้าน แถมด้วยน้ำชาร้อนๆ ที่เจ้าของบ้านชงมาแบ่งปัน หอมอร่อย ถามไถ่ได้ความว่า เป็นชาที่พวกเย้าเอามาขาย อยู่ระหว่างทางลงข้างล่าง

 เช้ารุ่งขึ้น ตกใจตื่นขึ้นมา ปาเข้าไปตีห้าสิบห้านาทีเข้าไปแล้ว เลยกุลีกุจอเปลี่ยนเสื้อผ้า คว้ากระเป๋ากล้อง ย่องออกจากบ้านทันที ครูสง่า กับอีก 2 หนุ่ม ส่องไฟมาพอดี แล้วเราก็เดินๆ ๆ ลัดเลาะไปตามไหล่เขา(อีกแล้ว) แต่คราวนี้เดินไม่ทันเหนื่อยก็ถึงพอดี เช้านี้ดูฟ้ามัวๆ แต่พอดวงอาทิตย์โผล่มาแหละ ทุกอย่างก็ดูงามไปหมด รวมถึงทะเลหมอกที่เริ่มซอกซอนเข้ามาตามหลืบเขา ดูอุ่นๆ ปุยๆ จนเราใช้เวลาอยู่ที่นี่กันนานโข วันนี้วันจันทร์ เปิดเรียนจริงแล้ว พวกเราเลยแปลงสภาพเป็นครูกันอีกค่อนวัน ก่อนจะโบกมืออำลาครู ลาเด็กๆ แบกเป้ขึ้นรถที่มารับ ก็ราวบ่ายสาม

พร้อมกับถ้อยคำที่เราคุยกัน "เราคงต้องได้กลับมาที่นี่อีก...สักวัน"

www.oknation.net/blog/Vickie