
จุรินทร์แจงร.ร.ระดมทรัพยากรการศึกษาโดยสมัครใจ
จุรินทร์แจงกรณีผู้ปกครองฟ้องศาลปกครองค้านร.ร.เรียกเก็บเงินเพิ่มเติมสวนกระแสเรียนฟรี ระบุศาลปกครองกลางไม่รับฟ้อง ระบุ ร.ร.สามารถระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษาโดยสมัครใจ ด้านนิติกร กระทรวงโต้ ประกาศ ศธ.เรื่องการเก็บเงินบำรุงการศึกษาสมัยสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ชอบ
(20พ.ย.)นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่ผู้ปกครอง นักเรียนโรเงรียนนวมิทราชินูทิศ บดินทรเดชา (บดินทร 3) ร้องเกี่ยวกับการเรียกเก็บเงินของโรงเรียน ซึ่งผู้ปกครองรายนี้ ได้นำเรื่องยื่นฟ้องศาลปกครองแล้วด้วย ว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ รายงานเบื้องต้นพบว่า ศาลปกครองกลาง ไม่รับฟ้องคดีนี้
เพราะศาลพิจารณาแล้วว่า การดำเนินการของโรงเรียนเป็นในลักษณะของการระดมทรัพยากร เพื่อการศึกษา ในบริการการศึกษาที่จัดเสริมให้พิเศษนอกเหนือจากการเรียนการสอนตามปกติ ซึ่งพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เปิดโอกาสให้ระดมทรัพยากรในกรณีเช่นนี้ได้เพียงแต่ต้องเก็บตามความสมัครใจและต้องไม่รอนสิทธิ์นักเรียนปกติ อย่างไรก็ตาม ศาลปกครองสูงสุด ซึ่งผู้ปกครองไปร้องอุทธรณ์จะพิจารณาเรื่องนี้ต่อไป และจะได้นำคำวินิจฉัยของศาลมาใช้เป็นบรรทัดฐาน
นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา สพฐ. มีการทำความเข้าใจในเรื่องนี้กับผู้ปกครองเป็นระยะ แต่เมื่อมีข้อสงสัยใดๆเกิดขึ้น ตนก็พร้อมให้ สพฐ. ตรวจสอบเป็นรายกรณี อย่างไรก็ตามขอย้ำว่าสถานศึกษา สามารถระดมทรัพยากรได้ คณะกรรมการกฤษฎีกาเองก็ได้ตีความว่า โรงเรียนสามารถเรียกเก็บเงินได้ ตามความสมัครของผู้ปกครอง ในกรณีที่โรงเรียนจัดบริการทางการศึกษานอกเหนือมาตรฐาน เช่น จ้างครูต่างประเทศมาสอนภาษอังกฤษ หรือ ค่าเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น แต่ไม่ใช่ว่าโรงเรียนจะเรียกเก็บได้โดยไม่มีขอบเขต หรือทำตามอำเภอใจ ทุกอย่างต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ในเรื่องนี ซึ่งได้ลงนามไปแล้ว ในนั้นจะบอกชัดเจนว่าโรงเรียนจะเก็บค่าอะไรได้บ้างและเก็บได้ไม่เกินเท่าใด
ทั้งนี้หากผลการตรวจสอบของ สพฐ. ออกมาว่าโรงเรียนทำผิดนโยบาย ก็ต้องดำเนินการไปตามความผิด แต่ถ้าไม่ผิด โรงเรียนก็สามารถเก็บต่อได้ แต่จริงๆแล้วการระดมทรัพยากร ก็จะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษา เพราะงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้ตามปกติ ไม่เพียงพอสำหรับการยกระดับโรงเรียน
ด้านนายปัญญา ประเสริฐศรี นิติกร สำนักนิติการ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) กล่าวว่า ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องการเก็บเงินบำรุงการศึกษา ซึ่งนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ลงนามไว้เมื่อปี พ.ศ. 2551 นั้น เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ การระดมทรัพยากรทางการศึกษาตามาตรา 58 ของพ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่มีความเห็นว่า ศธ. สามารถเก็บเงินบำรุงการศึกษา เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย ในการใช้จ่ายการเรียนการสอน นอกเหนือหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
โดยกรณีนี้สถานศึกษา ได้ประกาศให้ผู้ปกครองทราบล่วงหน้าแล้ว และในการออกประกาศเป็นการออกประกาศ โดยอาศัยอำนาจในการบริหารราชการทั่วไป ของ รมว.ศธ. ที่จะกำหนดแนวปฏิบัติของข้าราชการในศธ. ได้ ฉะนั้นแม้ประกาศกระทรวงฉบับดังกล่าวไม่ได้ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา ก็ยังมีผลบังคับใช้อยู่



