
การรณรงค์อบายมุข
การรณรงค์อบายมุข๕ ประการดังกล่าวข้างต้น จึงควรศึกษากระบวนการอย่างน้อย ๕ ประการ คือ ศรัทธา ปัญญา รักษาสุขภาพ ทราบความเสียหาย ออกกฎหมายลงโทษ
ศรัทธาผู้ที่จะทำการรณรงค์ หรือ ห้ามปราม ต้องคำนวณตัวเองว่าสังคมมีศรัทธาในตัวเราระดับไหน คือต้องมีอัตัญญูตา รู้ประมาณตัวเองก่อน อีกทั้งรู้ ปุคคโลปรปรัญญูตา คือ รู้ว่าสังคมยอมรับเราในระดับไหน คือ รู้เรา รู้เขา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง หรือถ้าเรามีหน้าที่ๆ จะต้องทำ แต่สังคมไม่ศรัทธา ก็หาบุคคลที่สังคมรักและศรัทธาออกมารณรงค์
ปัญญาการให้ความรู้ให้มองเห็นบาปบุญคุณโทษนั้นก็เป็นเรื่องที่ต้องปลูกฝังเสียแต่ยังเยาว์
รักษาสุขภาพให้คนรักษาสุขภาพด้วยความรักพ่อแม่ที่สู้อุตส่าห์เลี้ยงดูมาด้วยความรัก ทะนุถนอม อีกทั้งต้องมีกฎหมายกำกับในการรักษาพยาบาลผู้ที่เสพเหล้า บุหรี่ ยาเสพติด อย่าให้ความสำคัญต่อชีวิตของคนพวกนี้มากนัก เพราะเขาใช้ภาษีของคนดีโดยเปล่าประโยชน์
ทราบความเสียหายต้องพร่ำสอน เพียรสอน ให้รู้ผลความเสียหายของอบายมุข ลองเปิดหนังสือ นวโกวาท ดูก็จะเห็นโทษของอบายมุขแต่ต้องให้พระและคนที่สังคมศรัทธาเป็นผู้สอน จะสอนโดยหนังสือหรือบรรยาย เทศน์ หรือ รณรงค์สั้นๆ คำสอนทุกอย่างนั้นดีทั้งหมด เพียงแต่ว่า ออกจากปากใคร เท่านั้น
ออกกฎหมายลงโทษขั้นตอนต่อมาคือออกกฎหมายลงโทษ เมื่อผู้เสพนั้นกระทำให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินผู้อื่น และต้องลงโทษให้คุ้มกันกับเจตนาและความเสียหายที่เกิดขึ้น เช่น ขับรถเมาสุรา ชนรถคันอื่น มีคนตาย 3 คน เมื่อผู้ขับกระทำการดังนี้ ต้องชดใช้ทรัพย์สินแก่ผู้เสียหาย ส่วนชีวิตนั้นต้องชดใช้ค่าเสียหายและค่าเสียโอกาส ถ้าทรัพย์สินส่วนรวมเสียหายต้องปรับเงินเพื่อชดใช้ภาษีที่นำมาสร้างสาธารณประโยชน์ ถ้าเป็นรถรับจ้างต้องมีกฎหมายปรับต่อผู้ว่าจ้าง ฯลฯ
ลองดูวิธีทั้ง๕ ประการนี้ ก็จะเห็นว่าการที่พวกเราผู้รักชีวิต ทรัพย์สิน สังคม ประเทศชาตินั้น พอมีทางที่จะทำงานรณรงค์อย่างได้ผล คือได้ใจคนเข้าเป็นแนวร่วม ถ้าทำแบบหักพร้าด้วยเข่า จะเกิดแนวต้านและการทำประชดขึ้นในสังคมทันที
ทำอะไรอย่าท้อ ทำต่อเนื่อง เมื่อจับเรื่องใดใด อย่าไปปล่อย
อย่าแชเชือนเอื้อนอิด ตะบิดตะบอย ผลที่พลอยได้รับ กลับมาคุ้ม
0 พระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ) 0



