
ศูนย์คุณธรรมผนึกมสธ.วิจัยสื่อกำหนดเกณฑ์สร้างสรรค์สื่อคุณธรรม
ศูนย์คุณธรรม จับมือมสธ. วิจัยสื่อ หวังกำหนดเกณฑ์สร้างสรรค์สื่อคุณธรรม ไพบูลย์ โวยสื่อมวลชนวางเฉยทำหน้าที่สื่อมีคุณธรรม-สื่อสร้างสรรค์คุณธรรม นักวิชาการแนะสื่อคุณธรรมสร้างขึ้นได้ หากรัฐบาลหนุนเป็นนโยบาย กำหนดเกณฑ์ชัดเจน ย่ำสื่อทุกประเภทอยากผลิตสื่อดี จี
เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2552 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช(มสธ.) ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์คุณธรรม) สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้(องค์การมหาชน) (สบร.) จัดประชุมสัมมนาสร้างเสริมและพัฒนาสื่อคุณธรรม “โครงการวิจัยการสร้างเสริมและพัฒนาสื่อคุณธรรมในสังคมไทย”ขึ้นที่มสธ.
นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ศูนย์คุณธรรม กล่าวในการเป็นประธานพิธีเปิดงานครั้งนี้ว่า สื่อในปัจจุบันมีอิทิธิพลอย่างมากต่อการใช้ชีวิตของประชาชน ความสงบของสังคม เช่น ปัญหาการเมือง ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งล้วนเกิดจากการนำสื่อไปเป็นเครื่องมือทั้งสิ้น ดังนั้น งานวิจัยเรื่องนี้ จึงเป็นเรื่องที่ศูนย์คุณธรรม มสธ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องร่วมกำหนดเกณฑ์สร้างสรรค์สื่อคุณธรรม นำคุณธรรมไปสู่การสร้างสรรค์สื่อ โดยเฉพาะสื่อมวลชน เพราะบทบาทสื่อต้องเป็นสื่อมีคุณธรรม และสื่อสร้างสรรค์คุณธรรม แต่ขณะนี้สื่อต่างละเลย และวางเฉยต่อการนำเสนอ และทำหน้าที่สื่อคุณธรรม
น.ส.นราทิพย์ พุ่มทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวว่า ศูนย์คุณธรรมต้องการข้อมูลในเรื่องสื่อ สถานการณ์ปัจจุบัน ดังนั้น งานวิจัย จึงเป็นการหาแนวทางในการกำหนดเกณฑ์สื่อคุณธรรม ที่เกิดจากการร่วมกันจาก สื่อมวลชน นักวิชาการด้านสื่อ ผู้เกี่ยวข้อง คิดวิเคราะห์เพื่อนำไปสร้างสื่อคุณธรรม และเมื่อได้เกณฑ์มาจะนำไปทดลองใช้กับประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ทั้งผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา ประชาชน เด็ก เยาวชน พ่อแม่ผู้ปกครอง ประมาณ 800 คน เพื่อให้ได้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่ง มสธ. จะเป็นผู้ดำเนินการ ขณะเดียวกันเมื่อได้ผลการศึกษาวิจัยมาเรียบร้อย ศูนย์คุณธรรมจัดทำเป็นสื่อต้นแบบ และนำเสนอรัฐบาลเพื่อนำไปสู่เชิงนโยบายต่อไป
“ขณะนี้ถึงเวลาที่ต้องมาทบทวนการนำเสนอสถานการณ์ หรือรูปแบบของสื่อต่างๆ ซึ่งการวิจัย จะถือเป็นข้อเท็จจริงที่สามารถนำมาเป็นเกณฑ์กำหนดการสร้างสรรค์สื่อคุณธรรมให้เกิดขึ้นจริงได้ เพราะต้องยอมรับว่าปัจจุบันสื่อคุณธรรมมี แต่มีน้อยมาก” ผอ.ศูนย์คุณธรรม กล่าว
น.ส.นราทิพย์ กล่าวด้วยว่า จากการสอบถามนักวิชาการด้านสื่อ ผู้เกี่ยวข้องในสถาบันการศึกษา ผู้จัดทำสื่อคุณธรรม สื่อมวลชน ฯลฯ เกณฑ์การคัดเลือกสื่อคุณธรรมเบื้องต้น มีองค์ประกอบการพิจารณา คือ 1.ประเภทสื่อที่นำเสนอ แบ่งเป็น 3 ประเภท คือสื่อมวลชน สื่อบุคคล และสื่อเฉพาะกิจ 2.กลุ่มเป้าหมาย แบ่งเป็น เพศ อายุ การศึกษา และภูมิภาค 3.ประเด็นเนื้อหาด้านคุณธรรม ซึ่งมี 7 เรื่องที่ต้องปลูกฝังให้แก่ประชาชน เด็กและเยาวชนอย่างเร่งด่วน คือความซื้อสัตย์ ความเอื้อเฟื้อ ความเมตตา ความละอายเกรงกลัวต่อบาป การมีจิตสาธารณะ การมีสติ และความยันหมั่นเพียร 4. คุณภาพสื่อ5 บริบทแวดล้อม 6 แผนการรณรงค์ 7.การประเมินผล และ8 หน่วยงานที่รับผิดชอบ
รศ.ดร.สมาน งามสนิท อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎ(มรภ.)วไลยอลงกรณ์ กล่าวว่า สื่อคุณธรรม หรือสื่อดีนั้น เชื่อว่าผู้ผลิตสื่อทุกคน อยากสร้างสรรค์ขึ้นมา แต่การสร้างสรรค์สื่อดี สื่อคุณธรรม เมื่อสร้างมาแล้วต้องอยู่รอดด้วย ดังนั้น การสร้างสื่อคุณธรรมต้องย้อนถามก่อนว่า ทุกวันนี้คนไทย โดยเฉพาะวัยรุ่น เข้าใจคำว่าคุณธรรมหรือไม่ เพราะหากถามเด็กไทยว่าสิ่งที่พวกเขาทำที่ผู้ใหญ่มองว่าไม่เหมาะสม เช่น สโลแกน เงินมาผ้าหลุด หรือการขายบริการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้กลายเป็นเรื่องธรรมดาที่เด็กๆ ทำกัน ดังนั้น การผลิตสื่อคุณธรรม ต้องเป็นมีความชัดเจนว่าเกณฑ์คุณธรรมคืออะไร และต้องเป็นสื่อดีที่อยู่ได้ด้วย รวมถึงรัฐบาลต้องเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดเกณฑ์ ออกเป็นนโยบายสร้างสรรค์สื่อคุณธรรมให้ชัดเจนมากกว่าที่เป็นอยู่



