
ตั้งกก.สอบทุจริตคดีเช่าพระพุทธโสธรชุดใหญ่20วันแจ้ง
ปลัด ศธ.ลงนามตั้งกรรมการสอบทุจริตคดีเช่าพระพุทธโสธรของ สกสค.ชุดใหญ่แล้ว ให้เวลา 20 วันรายงานผล ยันกรรมการชุดหม่ทำงานไม่ซ้ำซ้อน ยันตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงซ้ำซ้อนไม่ได้ทำเพื่อยื้อหรือช่วยเหลือผู้ถูกกล่าวหา
นายชินภัทร ภูมิรัตน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสวัสดิการ และสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า วานนี้ (18 พ.ย.) ได้ลงนามเพื่อแต่งตั้งให้นายนพพร สุวรรณรุจี ผู้ตรวจราชการ ศธ. เป็นประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีโครงการสวัสดิการเงินกู้กองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค) โครงการ 5 และโครงการเช่าบูชาวัตถุมงคลพระพุทธโสธร "รุ่นเจริญสุข" ภายหลังจากที่ประชุม สกสค.ได้มีมติให้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงชุดที่ 2 เพราะเห็นว่า ผลการสอบของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงชุดแรกที่มีนายสุนันท์ เทพศรี ผู้ตรวจราชการ ศธ. เป็นประธาน ยังไม่สมบูรณ์
ทั้งนี้ ให้ระยะเวลาในการสอบ 20 วัน ซึ่งถือเป็นเวลาที่เหมาะสมและไม่ยืดยาวเกินไป อย่างไรก็ตาม การตั้งกรรมการชุดนี้นั้น เพราะคณะกรรมการ สกสค. พิจารณายึดหลักความเป็นธรรม ความเป็นกลาง เนื่องจากเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหายังไม่ได้มีโอกาสในการชี้แจง จึงได้อาศัยอำนาจตามพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2549 มาเป็นแนวทางในการทำงาน อีกทั้ง กรรมการชุดนี้นั้นไม่ได้สอบโดยเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด แต่จะกลั่นกรองจากข้อมูลที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงชุดนายสุนันท์ ได้สรุปรายงานมาอีกครั้ง เช่น หาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ครบถ้วนก่อนสรุปส่งให้ที่ประชุม สกสค.พิจารณา
“ผมได้เรียน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ด้วยวาจาในเรื่องการตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ผมยืนยันว่าการตั้งกรรมการชุดนี้นั้นไม่ได้เป็นการตั้งซ้ำซ้อน หรือเพื่อยื้อเวลาช่วยเหลือแต่อย่างใด แต่เพราะจะให้มาทำหน้าที่ในส่วนที่ยังกลั่นกรองไม่สมบูรณ์ แม้ในครั้งแรกนั้นกรรมการสอบชุดนายสุนันท์ จะเชิญ 5 คนดังกล่าวไปแต่เป็นการเชิญเพื่อให้ข้อมูล ไม่ได้ไปในฐานะผู้ถูกกล่าวหา เท่ากับว่ายังไม่ได้ใช้สิทธิ์ในการชี้แจง ส่วนผลการสอบใหม่จะเป็นเช่นไรนั้นไม่ได้คาดการณ์แต่อย่างใดจะรอผล 20 วัน แต่ประธานกรรมการ คือ นายนพพร นั้นมีความเป็นกลาง และมีความรู้ด้านกฎหมายเหมาะสมในการทำหน้าที่นี้”นายชินภัทร กล่าว
ส่วนกรณีที่ประชุม สกสค.ยังให้รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการองค์การค้า สกสค.นั้น เนื่องจากเห็นว่าเป็นช่วงที่จะเตรียมการฟื้นฟู เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อหากมีการเปลี่ยนแปลงโดยขาดคนทำงานเกรงว่างานจะขาดความต่อเนื่อง และอาจจะทำให้พนักงานเสียขวัญ จึงให้ทำหน้าที่รักษาการ ผอ.องค์การค้า สกสค.ไปก่อน



