
นศ.เบี้ยวหนี้กยศ.พุ่ง2.7พันคนรวมหนี้186ล้าน
ศาล จ.ชัยภูมิ จับมือ กยศ.จัดไกล่เกลี่ยนักศึกษาผู้กู้ค้างชำระหนี้กว่า 5 งวด พุ่งสูงกว่า 2,714 ราย มูลหนี้คงค้างกว่า 186 ล้านบาท ผู้ปกครองวอนรัฐบาลเร่งหามาตรการช่วยเหตุกู้ยืมเรียนเป็นหนี้ก่อนเรียนจบกลับไม่มีงานทำหาเงินใช้หนี้ไม่ทัน
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 19 พ.ย. นายปณิธาน วิสุทธากร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจ.ชัยภูมิ และสำนักงานระงับข้อพิพาท ร่วมกับ นายเสริมกียรติ ทัศนสุวรรณ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) จัดโครงการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาก่อนฟ้องคดี สำหรับผู้กู้ยืมที่ค้างชำระหนี้รุ่นปี 2542-2548 ประจำปีงบประมาณ 2553 รวมกว่า 2,714 ราย เป็นมูลหนี้ที่ค้างชำระกว่า 186 ล้านบาท
เพื่อให้โอกาสผู้ค้างชำระหนี้ กับ กยศ.ที่จะถูกฟ้องคดี เข้าเจรจาขอไกล่เกลี่ยหนี้ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2552 - ทันาคม 2553 ในพื้นที่จ.ชัยภูมิ ระหว่าง 19-20 พ.ย. ณ ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 เพื่อสร้างความสมานฉันท์ ลดปริมาณคดีสู่ศาลและลดค่าใช้จ่ายในการติดตามหนี้
โดยนายเสริมเกียรติ เปิดเผยว่า ในปี 2552 ที่ผ่านมา มีจำนวนผู้กู้ยืม กยศ.จากทั่วประเทศถูกบอกเลิกสัญญาและจะถูกฟ้องคดีเป็นจำนวน 148,613 ราย ลีในปี 2553 นี้ มีจำนวนผู้ก็ยิมฯ จากทั่วประเทศถูกบอกเลิกสัญญาและดำเนินคดีอีกเป็นจำนวนกว่า 161,739 ราย ซึ่งมีปริมาณมากกว่าปีที่ผ่านมากว่า 13,126 ราย
โดยในกลุ่มนี้ กลู่มผู้กู้ยืมที่ค้างชำระหนี้ 5 งวดขึ้นไป มีจำนวนทั้งสิ้น 161,739 ราย เป็นมูลหนี้รวมกว่า 15,824 ล้านบาท แยกส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(อีสาน) 58,788 ราย มูลหนี้กว่า 4,654 ล้านบาท โดยเฉพาะส่วนจ.ชัยภูมิ มีจำนวนทั้งสิ้น 2,714 ราย มูลหนี้กว่า 186 ล้ายบาท ซึ่งหากมีการนำคดีดังกล่าวยื่นฟ้องศาล จะทำให้กองทุนฯต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกจำนวนมาก การดำเนินการจัดไกล่เกลี่ยจึงถือเป็นการเปิดโอกาสและสร้างความสมานฉันท์กับประชาชน ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีลงได้มากตามมาอีกด้วย
ขณะที่ผู้ปกครองนักศึกษาจ.ชัยภูมิ รายหนึ่ง ผู้ค้างชำระเงินกู้จาก กยศ. กล่าวว่า สาเหตุที่ไม่มีเงินมาส่งคืนเนื่องจาก นักศึกษาในปัจจุบันต้องแบกรับภาระมาก ก่อนที่จะเรียนจบการศึกษาได้ ทั้งกู้ยืมเรียน และเงินส่วนตัวของครอบครัว ที่มีรายจ่ายมากกว่าจะจบ และต้องเป็นหนี้จำนวนมาก หลังจบการศึกษาไปในภาวะปัจจุบัน จบออกไปกลับไม่มีงานทำมารองรับที่นี่ชัด บุตรตนเองหลังเรียนจบปริญญาตรีไปทำงานที่กรุงเทพฯ ได้แต่ละแห่งก็ถูกปลดออก ทำงานไม่ได้ต่อเนื่อง 3 เดือนออกๆ แล้วจะไปเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ได้
แถมยังต้องมารบกวนเงินจากผู้ปกครองที่บ้านส่งไปให้ตลอด ซึ่งทุกวันนี้เราอาชีพชาวบ้านต้องแบกรับภาระหนี้แทนลูก จนส่งไม่ไหวแล้ว ทางออกวันนี้อยากให้ทางรัฐบาล ควรจะมีมาตรการที่ชัดเจนออกมาช่วยเหลือมากกว่านี้ ว่าต่อไปนักศึกษาไทย ระหว่างที่ต้องลงทุนกู้ยืมเรียนแล้ว น่าจะมีแหล่งรองรับงานที่ชัดเจนตามมาด้วย ไม่ใช่จบออกไปไม่มีงานทำวิ่งหางานก็ไม่มีใครรับ แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ได้



