ไลฟ์สไตล์

ปีหน้าจะตกงาน

ปีหน้าจะตกงาน

20 พ.ย. 2552

ดิฉันเป็นหนี้บัตรเครดิต 4 ใบและหนี้สินเชื่อเงินสดกับบริษัทสินเชื่อ (นอนแบงก์) อีก รวมแล้วประมาณ 3 แสนกว่าบาท ขึ้นศาลไปแล้ว 2 บัตร ต้องผ่อนชำระทั้ง 2 บัตร เดือนละ 5,000 บาท และยังมีภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องส่งให้คนที่ดูแลคุณแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตอีก

ปัจจุบันดิฉันทำงานรับเงินเดือนยังพอมีกำลังที่จะผ่อนส่งไหว แต่เมื่อเร็วๆ นี้ มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายเร่งรัดหนี้สินโทรศัพท์เข้ามาหา และเเจ้งว่าถ้าไม่ชำระจะส่งฟ้องศาล ดิฉันเกรงว่าถ้าไปขึ้นศาลแล้วมีการเจรจาให้ผ่อนชำระอีกหลายบัตรที่เหลือ เงินเดือนคงไม่เหลือแน่นอน และถ้าไม่ไปขึ้นศาลก็ต้องถูกศาลพิพากษาฝ่ายเดียวและเจ้าหนี้ก็มีสิทธิ์มายึดเงินเดือนของดิฉัน 30% ยิ่งทำให้แย่ไปอีก
 ดิฉันจะทำอย่างไรดีคะ ปีหน้าบริษัทก็จะเลิกจ้าง เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดีบวกกับอายุของดิฉันก็มากแล้ว คงไปหางานทำใหม่ยาก ขอปรึกษาเป็นข้อๆ ดังนี้ค่ะ
 1.บ้านที่ดิฉันอยู่ปัจจุบันเป็นชื่อคุณแม่ซึ่งเป็นเจ้าบ้านและดิฉันมีชื่อเป็นผู้อาศัย ถ้าดิฉันลาออกจากงานและหยุดผ่อนชำระหนี้มีสิทธิ์มายึดทรัพย์สินในบ้านได้หรือไม่คะ
 2.ถ้าดิฉันไปค้าขาย โดยที่ไม่มีเงินเดือนประจำแล้ว แต่จะขอปรับโครงสร้างการชำระหนี้ใหม่ให้น้อยลง ซึ่งก็จะไม่เป็นตามคำสั่งศาลเดิมที่ต้องให้ผ่อนขั้นต่ำจะได้หรือไม่คะ
 3.ถ้าดิฉันหยุดผ่อนชำระทุกใบ ทั้งที่ขึ้นศาลแล้ว และยังไม่ส่งฟ้อง จะมีผลอะไรกับดิฉันบ้างคะ
ภาสุรี
ตอบ
 ศูนย์ประสานงานแก้ไขปัญหาการปล่อยสินเชื่อ ธนาคารแห่งประเทศไทย แนะนำเป็นข้อๆ ดังนี้
 1.บ้านที่คุณอยู่ในปัจจุบันเป็นชื่อบุคคลอื่น เจ้าหนี้ไม่สามารถฟ้องร้องยึดทรัพย์สินได้ ยกเว้นแต่เจ้าของบ้านจะเป็นผู้ค้ำประกันให้ลูกหนี้ แต่บัตรเครดิตไม่ต้องใช้ผู้ค้ำประกัน
 2.กรณีที่คุณไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ เนื่องจากความเปลี่ยนในสถานการณ์ปัจจุบัน อย่างเช่น ถ้าคุณตกงาน คุณสามารถแจ้งไปยังธนาคารทั้ง 2 แห่ง เพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้อีกครั้ง ให้ผ่อนชำระน้อยลงกว่ายอดเดิมได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของธนาคารว่าจะพิจารณาผ่อนปรนให้ลูกค้าได้ในระดับไหน
 ส่วนกรณีที่มีหมายเรียก แนะนำให้คุณไปตามที่ศาลนัดทุกครั้ง อย่าหนี อย่ากลัวเจ้าหนี้ คุณจะมีโอกาสได้แจ้งต่อศาลว่า คุณมีรายได้หรือมีภาระอะไรบ้าง และมีความสามารถในการชำระหนี้ได้หรือไม่ได้อย่างไร ก็แจ้งต่อศาลไปตรงๆ ศาลท่านก็จะพิจารณาเอง
 3.ถ้าคุณหยุดจ่ายไปเฉยๆ เจ้าหนี้ก็ต้องตามฟ้องร้องคุณ อาจถึงขั้นฟ้องล้มละลายได้ อีกทั้งยังมีประวัติติดเครดิตบูโรจะทำให้คุณไม่สามารถทำนิติกรรมใดๆ กับสถาบันการเงินได้อีกเลย
 ศูนย์ประสานงานแก้ไขปัญหาการปล่อยสินเชื่อ บอกว่า ถ้าคุณไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ให้คุณส่งเรื่องร้องเรียนมาที่นี่ ศูนย์จะรับเรื่องและประสานไปยังเจ้าหนี้ เพื่อช่วยเจราจาหรือให้คำแนะนำได้
ลุงแจ่ม