ไลฟ์สไตล์

วัดโสธรที่รู้จัก

วัดโสธรที่รู้จัก

19 พ.ย. 2552

วัดโสธรที่ข้าพเจ้ารู้จักนั้น ต้องย้อนกลับไปสมัยที่พระเดชพระคุณพระเทพคุณาธาร (เจียม กุลลวณิช) เป็นเจ้าอาวาส ท่านเป็นเจ้าอาวาสอยู่ติดต่อกันหลายสิบปี ผู้เขียนเป็นเด็ก แต่ก็ทำหน้าที่ส่งหนังสือธรรมะให้ท่านเป็นรายเดือน

ท่านเป็นคนที่มีฐานะมาแต่เดิมก่อนบวช เข้าใจว่าแต่ละปีท่านจะจัดสรรรายได้จากเงินฝากของท่านกระมัง ส่งมาทำบุญให้เราปีละ ๑ หมื่นบาท ได้เลี้ยงดูเด็กกำพร้า โดยสอนว่า กับข้าว ๒ อย่างก็พอ ให้อยู่กินอย่างประหยัด

 ภาพที่ข้าพเจ้าเองมีเกี่ยวกับวัดหลวงพ่อโสธรก็เป็นภาพของหลวงปู่ที่ใช้ชีวิตสมถะเรียบง่าย และสอนให้เราตั้งอยู่ในความประหยัด

 เมื่อท่านมรณภาพแล้ว ได้มีโอกาสผ่านมานมัสการพระที่วัดโสธร รู้สึกตกใจกับความอลังการของพระอุโบสถที่ได้รับข่าวสารทางสื่อมาก่อนหน้านั้นแล้ว 

 ไม่รู้สึกว่าเกิดศรัทธาปสาทะอย่างใดเป็นพิเศษ จำได้ว่า สะดุดใจว่า วัดนี้เป็นวัดที่มีป้ายห้ามมากที่สุดในโลก (ที่ข้าพเจ้าเห็น) ไม่มีภาพของความเรียบง่าย สมถะที่หลวงปู่สอนเราเลย

 ห้ามปักธูปตรงนี้ ห้ามนั่งตรงนี้ ห้ามหลายอย่างมาก นึกว่าสมัยหลวงปู่อยู่เป็นอย่างนี้หรือไม่หนอ

 ทีนี้พอมีข่าวม็อบพระเกี่ยวกับเรื่องการแต่งตั้งเจ้าอาวาส ก็พอจะเข้าใจว่า ทุกอย่างถ้ามีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องก็เป็นปัญหาได้ง่าย ผู้เขียนโตมาในสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการสั่งสอนว่า เงินนั้น เปรียบได้กับงู ยิ่งเป็นเงินการกุศลของวัดยิ่งเป็นงูเห่า กัดใครถึงตายทั้งนั้น

 คนที่เข้ามาบวช ที่หนังสือพิมพ์ชอบนำมาเป็นข่าวก็มีเพียง ๒ เรื่อง คือ เรื่องเงิน และเรื่องสีกานี่แหละ

 ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย พระพุทธองค์ทรงเตือนไว้แล้วว่า ยางเหนียวที่สุดที่เป็นอุปสรรคต่อการก้าวข้าม คือยางแห่งกามกิเลส โดยเฉพาะในเรื่องเพศ ตอนนี้เลิกพูดถึงเพศตรงข้ามแล้ว เพราะปัญหาเรื่องเพศสมัยนี้ซับซ้อนกว่าสมัยพุทธกาลมากนัก

 แต่สังคมพระควบคุมได้โดยสังคมชาวบ้านที่ตั้งมั่นอยู่ในธรรม เราจะประคับประคองกันไปได้ โดยที่ชาวบ้านต้องตระหนักว่า ตนเองก็เป็นส่วนในการรักษาพระศาสนาเช่นกัน ต่างมีหุ้นส่วนในพุทธบริษัทนี้เท่าๆ กัน อย่าทำเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ไม่ได้แล้ว 
           ธัมมนันทา