
นำผลิต"น้ำพริก"สร้างอาชีพคนบ้านบัว
หลากหลายน้ำพริก ทั้งน้ำพริกนรก น้ำพริกนรกแมงดา น้ำพริกตาแดง และน้ำพริกตาแดงแมงดา นับเป็นผลิตภัณฑ์อันเกิดจากฝีมือ ความพยายามของ กลุ่มแม่บ้านบ้านบัว ต.บ้านบัว อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ที่ร่วมกันสรรค์สร้าง พัฒนาจนกลายเป็นอาชีพ สร้างงานสร้างรายได้เสริมให้แก่ชุมชน
นายณัฐกร นิพรรัมย์ ประธานกลุ่มน้ำพริกบ้านบัว บอกว่า สมาชิกทั้งหมดมีอาชีพทำการเกษตร ทำนา และรับจ้างทั่วไป หลังว่างเว้นฤดูกาลก็จะว่างงาน ปี 2542 จึงมีแนวคิดรวมกลุ่มกัน 10 คน ทำน้ำพริก แรกได้ระดมทุนโดยการลงหุ้นคนละ 100 บาท พร้อมได้รับการสนับสนุนงบบางส่วนจากวัดบ้านบัว เพื่อนำไปซื้อวัตถุดิบ อุปกรณ์ มาทำน้ำพริกนรก และน้ำพริกตาแดง จำหน่ายให้ชาวบ้าน จนได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
ต่อเมื่อปี 2550 ได้ย้ายสถานที่จากวัดบ้านบัว มาอยู่ที่ศูนย์สาธิตการตลาดของหมู่บ้าน พร้อมได้รับการสนับสนุนงบจาก อบต.จำนวน 1 แสนบาท มาซ่อมแซมศูนย์ ที่เหลือนำไปซื้อวัสดุอุปกรณ์ เครื่องบด ภาชนะต่างๆ ทั้งได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานพัฒนาชุมชน ให้ความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์
"ปัจจุบันกลุ่มน้ำพริกบ้านบัวมีสมาชิกทั้งหมด 24 คน มีรายได้เสริมเฉลี่ยเดือนละ 2,500-3,000 บาทต่อคน ส่วนที่เหลือจากการปันผลก็จะเก็บไว้ เพื่อพัฒนาศูนย์และเป็นสวัสดิการให้แก่สมาชิกต่อไป" ประธานกลุ่มแจง
ส่วนการทำน้ำพริกนั้น ณัฐกรบอกไม่มีอะไรมากไปกว่าการเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ทุกอย่างต้องสด สะอาด ทำเองด้วยมือ ตั้งแต่การเลือกซื้อปลาช่อนทะเลตากแห้ง ปลาทะเลเค็มตากแห้ง ที่สำคัญทุกขั้นตอนของการทำจะไม่มีส่วนผสมของสารกันบูด สารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ หรือที่มีส่วนผสมของสารเคมีอย่างเด็ดขาด
จากนั้นคั่วพริก กระเทียม หอมแดง จนได้ที่ ก่อนนำมาคลุกเคล้ากับปลาที่ทอดเตรียมไว้ในสัดส่วนที่พอเหมาะ แล้วนำไปบดครั้งแรก ก่อนบดครั้งที่สองปรุงรสด้วยน้ำปลา และเกลือชั้นดี ก่อนนำไปบรรจุหีบห่อ ทั้งแบบถุง แบบกระปุก
"จะรวมตัวกันทำเดือนละ 4-6 ครั้ง ครั้งละประมาณ 30 กก. เดือนหนึ่งก็ประมาณ 180 กก. ก่อนนำไปส่งให้ลูกค้าในตัวเมือง ร้านขายของฝาก ร้านสะดวกซื้อ และออกจำหน่ายตามงานแสดงสินค้าต่างๆ รวมถึงเมืองทองธานีด้วย ที่เหลือก็วางขายที่ศูนย์การตลาดในหมู่บ้าน"
นายณัฐกร บอกอีกว่า อนาคตกลุ่มมีโครงการขยายและรับสมาชิกเพิ่มขึ้น เพื่อจะให้ผู้สูงอายุและแม่บ้าน ที่ว่างงานต้องการมีอาชีพมีรายได้เข้ามาร่วมเป็นสมาชิก และรับทั้งในและหมู่บ้านข้างเคียงหากใครสนใจ
ด้าน นางขจร บูชารัมย์ วัย 68 ปี หนึ่งในสมาชิก ยอมรับว่า ครอบครัวมีอาชีพทำนา หลังว่างจากฤดูทำนาแล้วไม่มีงานทำ จึงเข้ามารวมกลุ่ม ทำให้มีรายได้เสริม ลดปัญหาค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้ในระดับหนึ่ง แม้จะเป็นรายได้ที่ไม่มากนักก็ตาม แต่ก็พอใจในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้
สุรชัย พิรักษา



