ไลฟ์สไตล์

เปิดโลกการศึกษามุสลิม-รับน้อง ณ เมืองอลิการ์(Aligarh)อินเดีย

เปิดโลกการศึกษามุสลิม-รับน้อง ณ เมืองอลิการ์(Aligarh)อินเดีย

19 พ.ย. 2552

เปิดโลกมุสลิมวันนี้ไม่ได้มีข้อมูลแค่มุสลิมในประเทศอียิปต์หรือประเทศไทยเท่านั้นอีกแล้ว เพราะน้องๆ นักศึกษาต่างช่วยกันส่งข้อมูลและพูดคุยเรื่องราวต่างๆ ทางเอ็มเอสเอ็นกับผมอยู่เสมอ วันนี้ต้องขอขอบคุณน้องอัสดงที่ทำให้คอลัมน์เปิดโลกมุสลิมได้นำเสนอเรื่องราวของน

มหาวิทยาลัยแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองอลิการ์ รัฐอุตรประเทศ ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1875 โดย เซอร์ซัยยิด อะห์หมัด คาน นักปฏิรูปสังคมมุสลิมที่ยิ่งใหญ่ในสมัยนั้น ร่วมมือกับผู้นำมุสลิมที่เด่นๆ และนักเขียนอุรดู ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางทางวิชาการที่มีชื่อเสียง และเป็นสากล มีสาขาให้เลือกกว่า 250 สาขา มีนักศึกษาเกือบจะทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากแอฟริกา เอเชียตะวันตก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งยังเป็นมหาวิทยาลัยที่เปิดกว้างให้คนทุกชั้นวรรณะ ไม่ปิดกั้นในเรื่องของหลักความเชื่อ ศาสนา และเรื่องเพศ

 ปัจจุบัน มีนักศึกษาไทยเรียนมัธยม ปริญญาตรี ปริญญาโท ตลอดจนปริญญาเอก มีนักศึกษาไทยที่จบปริญญาตรีจากอียิปต์ ได้เลือกที่จะมาต่อระดับปริญญาโทที่นี่ทั้งหมดประมาณ 120 คน สำหรับปีการศึกษา 2552/2553 นักศึกษาน้องใหม่จากเมืองไทยมีจำนวน 32 คน จาก กรุงเทพฯ นนทบุรี ฉะเชิงเทรา รวมถึง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา นครศรีธรรมราช กระบี่ ตรัง ตราด ระนอง เรียนคณะกล่าวว่าเป็นโอกาสดีที่ชาวมุสลิมจะได้มีโอกาสรับรู้เรื่องของภาษา ศาสตร์ต่างๆของตภาษาศาสตร์ (Linguistics) ภาษาอาหรับ (Arabic) อิสลามศึกษา (Islamic Studies) รัฐศาสตร์ (Political Science) เศรษฐศาสตร์ (Economics) ศาสนศาสตร์ (Theology)

 ระเบียบการเรียนการสอน เน้นระบบชั้นเรียน มีการเช็กชื่อและทำรายงาน นักศึกษาที่มีเวลาเรียนไม่ครบตามกำหนดหมดสิทธิสอบใช้ภาษาอังกฤษสื่อสาร ภาษาอูรดู และภาษาอาหรับ ผู้คนที่อาศัยรอบๆ ส่วนใหญ่เป็นมุสลิม นักเรียนเรียนร่วมกันศิษย์เก่าที่จบจากที่นี่แล้วกลับไปสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศหลายคน อาทิ รศ.ดร.จรัญ มะลูลีม ศ.ดร.อิมรอน มะลูลีม 

 มีสมาคมนักเรียนไทยในเมืองอลิการ์ ที่ก่อตั้งขึ้นโดยนักศึกษาไทย ทำหน้าที่ในการเป็นแกนหลักของนักศึกษาไทยในประเทศอินเดีย ให้ความช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ รวมถึง จัดกิจกรรม รับน้อง กีฬา วันสำคัญต่างๆ ของศาสนา ช่วยประสานงาน ระหว่างนักศึกษาใหม่ที่จะยื่นเอกสารเพื่อสมัครเรียนกับทางมหาวิทยาลัยแห่งนี้อีกด้วย

 น้องวาลิด อีซอ นักศึกษาจากกรุงเทพฯ เข้าเรียนระดับปริญญาโท ให้สัมภาษณ์ว่าประเทศอินเดียแตกต่างจากประเทศอียิปต์เป็นอย่างมาก ต้องปรับปรุงภาษาอังกฤษอีกมาก แต่เชื่อมั่นว่าหากจบการศึกษาจากอินเดียแล้วสิ่งที่ต้องได้นอกเหนือจากประกาศนียบัตรคือ จะต้องได้ภาษาอังกฤษและภาษาอื่นๆ กลับไปให้ได้ 

 งานรับน้องใหม่ปีนี้สุดแสนจะสนุกสนาน และเป็นกันเอง นักเรียนไทยในอินเดียคือผลผลิตไทยอีกประเทศหนึ่งที่จะทำให้ประเทศไทยมีบุคลากรที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้นและเป็นอีกหนึ่งประเทศ ครั้งหน้าจะนำแฟนๆ คอลัมน์ไปทำความรู้จักกับสมาคมนักเรียนไทยในอินเดียนะครับ