
ไวยาวัจกรวัดโสธรเข้าพบเจ้าอาวาสยันเงินโปร่งใส
ไวยาวัจกรวัดโสธรวรารามวรวิหาร เข้าพบเจ้าอาวาส เปิดใจกับสื่อ 33 ปี ที่บริหารเงินของวัดทำด้วยความโปร่งใส ระบุเคยมีนักการเมืองติดต่อมาเพื่อขอเสนองานรับผลประโยชน์ 14 ล้าน แต่ขวางเลยการเป็นต้นเหตุให้ถูกต่อต้าน
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 18 พ.ย. ที่กุฏิเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวริวหาร นายวันชัย แสนเจริญ อายุ 67 ปี ไวยาวัจกรวัดโสธรวรารามวรวิหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขาฉะเชิงเทรา ได้เดินทางไปพบพระพิพิธกิจจาภิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัด และพระพิมลภาวนาภิธาน ผู้ช่วยเจ้าอาวาส เป็นครั้งแรก โดยใช้เวลาหารือ 1 ชั่วโมง
นายวันชัย เปิดเผยว่า ตนเองทำงานอยู่กับวัดโสธรฯ มานานถึง 33 ปี ตั้งแต่พระพรหมณ์คุณาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาส ตลอดระยะเวลาไม่เคยคิดขอรับหรือรับเงินเดือนจากทางวัดเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทำงานกับวัดด้วยใจเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง แต่ที่ผ่านมาก็มีการกล่าวหากันว่าตนรับเงินเดือนสองแสน -สามแสน ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงตรวจสอบได้
ส่วนการทำงานก็เป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ปกป้องผลประโยชน์ของวัดจนกลายเป็นความขัดแย้งของผู้เสียผลประโยชน์ที่พยายามหาผลประโยชน์ของวัด "ผมทำงานให้วัดเพียงคิดว่าได้บุญ ไม่ได้หวังเงินตอบแทนหรือประโยชน์อื่นใดทั้งสิ้น หลวงพ่อโสธรฯท่านศักดิ์สิทธิ์ เชื่อว่าคนที่คิดไม่ดีกับวัดกับหลวงพ่อโสธรฯ หรือนำเงินวัดไปเป็นของตัวเองอย่างผิด ๆ ต้องรับโทษรับกรรม บาปบุญมีจริง "
นายวันชัย กล่าวว่า วัดเสื่อมเสียเพราะพระสงฆ์สามเณรที่ไม่รู้จักหน้าที่ ไม่รู้จักพระธรรมวินัย ไม่เข้าใจกิจของสงฆ์ ส่วนเรื่องของไวยาวัจกรของวัดนั้น เป็นอำนาจของเจ้าอาวาสที่จะแต่งตั้งใครขึ้นมารับงานต่อจากตน แต่ขณะนี้ทางเจ้าอาวาสได้ทาบทามตนเองไว้บ้างแล้ว "ผมรู้จักกับท่านมานานกว่า 30 ปีและท่านก็รู้เข้าใจหลักการทำงานของผม บริหารงานอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา สามารถตรวจสอบได้ เงินก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ประมาณ 2,700 ล้านบาทเศษ ยังเก็บหลักฐานใบเสร็จไว้ทุกใบเลย "
นายวันชัย กล่าวด้วยว่า บัญชีวัดที่ต้องทำไว้หลายๆ บัญชี เพราะว่า ต้องแยกเงินรายได้เข้าวัดแต่ประเภท เช่น ดอกไม้ ธูปเทียนทอง ส่วนการนับเงินของวัดก็มีเจ้าหน้าที่ธนาคาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่อีกหลายคน จากนั้นก็นำส่งธนาคารไป หากจะฉ้อโกงคงเป็นไปไม่ได้ ตนเองดูแลเงินของทางวัดอย่างรอบคอบรัดกุมตลอดเวลากว่า 33 ปี
"เคยมีนักการเมืองพยายามเข้ามาหาผลประโยชน์กับวัด ด้วยการนำพวกเข้ามารับงานแล้วไปว่าจ้างบริษัทอื่นต่อ และหักเงินเอาไว้กว่า 14 ล้าน ผมทราบเรื่องจึงไม่ยอมเพราะผิดเงื่อนไข ทำให้กลุ่มนั้นไม่พอใจเพราะเสียผลประโยชน์ จึงกล่าวหาโจมตีตนเองทั้งๆที่ดูแลผลประโยชน์ของทางวัดเอาไว้"นายวันชัย ระบุ



