ไลฟ์สไตล์

สธ.จับมือสปสช.เดินหน้านโยบายโรคไตครบวงจร

สธ.จับมือสปสช.เดินหน้านโยบายโรคไตครบวงจร

18 พ.ย. 2552

สธ.จับมือสปสช.เดินหน้านโยบายโรคไตครบวงจร เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 84 พรรษา ในปี 2554 ทั้งการตรวจคัดกรอง การรักษา รวมถึงรณรงค์ให้มีการบริจาคไต พร้อมเตรียมขยายหน่วยบริการฟอกไตกระจายในพื้นที่ทุรกันดาร เพื่อให้ผู้ป่วยโรคไตในถิ่นทุรกันดา

 เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถ.แจ้งวัฒนะ  นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งได้มีการพิจารณาเรื่อง บริการบำบัดทดแทนไตในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

 นายวิทยา กล่าวว่า    เนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 7 รอบ 84 พรรษา ในปี 2554 ที่จะถึงนี้  กระทรวงสาธารณสุขและ สปสช.ได้กำหนดแนวนโยบายที่จะดำเนินการเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ คือ การดำเนินนโยบายโรคไตครบวงจร ทั้งการตรวจคัดกรองในกลุ่มที่มีความเสี่ยง การขยายระบบบริการทดแทนไตทางช่องท้อง  และการปลูกถ่ายไต โดยมีนโยบายให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่งให้ความร่วมมือ  รวมถึงให้โรงพยาบาลศูนย์ และโรงพยาบาลทั่วประเทศเชิญชวนให้ประชาชนบริจาคไต และจัดอบรมผู้ที่เกี่ยวข้องให้ทราบกระบวนการทั้งระบบของการได้มาซึ่งอวัยวะและการปลูกถ่ายอวัยวะ ซึ่งการปลูกถ่ายไตเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการรักษาผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย แต่ติดปัญหาที่มีผู้บริจาคไตจำนวนน้อย

 นายแพทย์ไพจิตร์  วราชิต  ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เพื่อให้ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ต้องรักษาด้วยวิธีการฟอกไต สามารถเข้าถึงการบริการที่มีคุณภาพมาตรฐานและค่าใช้จ่ายอยู่ในราคาที่เหมาะสม อันเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ป่วย กระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับ สปสช. ขยายหน่วยให้บริการการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมเพิ่มขึ้นโดยมีรูปแบบหน่วยลูก (Satellite Unit) ในหน่วยบริการหลักของโรงพยาบาลศูนย์/ โรงพยาบาลทั่วไปในพื้นที่บริการที่มีปัญหาขาดแคลนการบริการฟอกเลือด ควบคู่ไปกับการสนับสนุนการทดแทนไตผ่านช่องท้อง (CAPD)   เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการง่ายขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ได้รับการทดแทนไตต่อเนื่อง ส่งผลถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ป่วยเอง

 “ได้มอบนโยบายให้กับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดและผอ.รพ.ศูนย์และรพ.ทั่วไปจัดระบบ ระยะยาวและรณรงค์หาผู้บริจาคไตเพื่อให้ผู้ป่วยที่รอรับการผ่าตัดเปลี่ยนไตอีกจำนวนมากต่อไป” ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าว

 นายแพทย์ประทีป  ธนกิจเจริญ  รองเลขาธิการสปสช. กล่าวว่า ในส่วนของบริการบำบัดทดแทนไตในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้านั้น พบว่าผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายสิทธิ์หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ลงทะเบียนล่าสุด (ตุลาคม 2552) ใช้วิธีการฟอกเลือดที่ลงทะเบียนมีจำนวน 8,235 รายมีหน่วยบริการเข้าร่วมโครงการ 363 แห่ง  และที่ใช้การทดแทนล้างไตทางช่องท้อง มีจำนวน 4,601 รายมีหน่วยบริการที่ล้างไตจำนวน 101 แห่ง และมีผู้ป่วยที่ลงทะเบียนรอรับการผ่าตัดเปลี่ยนไต 211 ราย มีหน่วยบริการที่เข้าร่วม 15 แห่ง      ทั้งนี้คาดว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายทุกสิทธิรวมกัน  ประมาณการที่  30,000 กว่าราย และมีแนวโน้มพบว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสาเหตุส่วนใหญ่จากพฤติกรรมการดำเนินชีวิต และการบริโภค  ทำให้นำมาสู่การเป็นโรคเบาหวาน   โรคความดันโลหิตสูง  และการเกิดภาวะแทรกซ้อนทำให้เกิดภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย