
ชัยวุฒิจี้สกอ.ตั้งชุดเฉพาะกิจดูแลรับตรง
ชัยวุฒิ จี้สกอ.ตั้งชุดเฉพาะกิจรับตรง พร้อมมอบ สุเมธ ดูแลคุมเข้มจัดระเบียบมหาลัย ขณะที่ สุเมธ ขออำนาจในการดูแลเรื่องนี้ คาดปี 2554 เริ่มดำเนินการ
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวว่า ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งศูนย์กลางการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดม ศึกษาในระบบรับตรง เมื่อเร็วๆ นี้ ได้สั่งการให้ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) ไปตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ ขึ้นมาเพื่อศึกษาและวางระบบในการจัดตั้งศูนย์กลางการรับตรง โดยมอบให้เลขาธิการกกอ. เป็นประธาน และเชิญตัวแทนที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) ผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนผู้แทนมหาวิทยาลัยต่าง ๆมาช่วยด้วย โดยให้เริ่มทำเป็นตุ๊กตาก่อนว่าระบบการรับตรงนั้นควรจะเป็นอย่างไร จากนั้นสอบถามความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องว่าเห็นด้วยหรือไม่ ซึ่งระบบดังกล่าวจะต้องยึดหลักโปร่งใส ยุติธรรม อำนวยความสะดวกให้กับเด็ก และมหาวิทยาลัยได้เด็กตามที่ต้องการด้วย อย่างไรก็ตามระบบรับตรงนี้น่าจะทำได้ในปีการศึกษา 2554
นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า สำหรับที่ประชุมคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ทั่วประเทศ ได้มีการนำเสนอหลายเรื่องทั้งการดูแลคณะ ครุศาสตร์และ แผนพัฒนาครู ซึ่งตนเองได้อธิบายให้ฟังว่า ศธ.จะใช้งบในเรื่องนี้จำนวนมากจึงอยากให้สถาบันที่ เปิดสอบด้านครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์เข้ามามีส่วนร่วมด้วย โดยอยากให้ช่วยคิดเรื่องการพัฒนาครูทั้งระบบที่มีอยู่ในปัจจุบันกว่า 600,000 คน ไม่ใช่เน้นแต่เรื่องผลิตครูเพิ่ม ซึ่งเรื่องนี้ทั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.)ก็ดำเนินการอยู่แล้ว ส่วนเรื่องผลกระทบจากปัญหาสัดส่วนและองค์ประกอบแอดมิชชั่นของทปอ.นั้นคณะ ศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ไม่ค่อยได้รับผลกระทบมากนักเนื่องจากสถาบันที่รับนักศึกษาทางด้านนี้จะเป็นพวกมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.)เป็นส่วนใหญ่และปกติจะใช้วิธีรับตรงอยู่แล้ว
ด้าน ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) กล่าวว่า คณะกรรมการเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นมานี้จะต้องมาดูในหลายมิติ เช่นแง่ของกฎหมายที่เกี่ยวกับบทบาทและอำนาจหน้าของหน่วยงานที่จะมาทำงาน โดยเฉพาะถ้าจะให้สกอ.เข้าไปดูแลเรื่องนี้จะต้องให้อำนาจกับสกอ.ด้วย โดยอาจจะต้องขอเป็นมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อที่ว่าสกอ.จะได้มีอำนาจในการสั่งการในการไปกำหนดการรับตรง เช่น กำหนดให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ต้องรับตรงพร้อมกัน หรือถ้ามหาวิทยาลัยใดไม่ทำตามให้สกอ.ลงโทษได้เลย ขณะที่ปัจจุบันนี้สกอ.ไม่มีอำนาจ อย่างไรก็ตามตนเองเข้าใจวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยนั้นไม่ชอบให้ใครมาสั่งการ แต่จะชอบให้ชี้แนวทาง ใช้กระบวนการทางวิชาการ และ ที่สำคัญจะต้องชี้ให้เห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนส่วนมาก ซึ่งเชื่อว่ามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็น่าจะรับฟังและดำเนินการตาม



