
สารพันเรื่องราว - อุ่นไอรักและภักดี 100 ปี ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
อาคารทรงโรมันตั้งเด่นเป็นสง่าด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ทรงคุณค่าและดูงดงามทั้งรูปลักษณ์ภายนอก และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ยังคงงดงามยิ่งกว่า
ด้วยเหตุ ณ ตึกแห่งนี้มีเรื่องราวความเป็นมาน่ายกย่องเชิดชู เป็นดั่งอนุสรณ์แห่งความรัก...ในแผ่นดิน และ ความภักดี...ต่อพระมหากษัตริย์ไทย ท่ามกลางบริบทของสังคมไทยในยุคล่าอาณานิคม “เจ้าพระยาอภัยภูเบศร” เลือกที่จะอยู่คู่แผ่นดินไทยและแสดงความจงรักภักดีด้วยการจัดสร้าง “ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร” เพื่อเป็นที่ประทับแรมแด่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อคราที่เสด็จฯ มาประทับแรมที่มณฑลปราจีน ครั้งที่ 2
ท่านเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้สร้างตึกหลังนี้ขึ้นในปี พ.ศ. 2452 โดยบริษัทโอวาร์ดเออร์สกิน ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับที่ท่านให้สร้างบ้านของท่านที่จังหวัดพระตะบอง เพื่อที่จะกราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาประทับแรมแต่ไม่ทันเพราะพระองค์เสด็จสวรรคตเสียก่อน ในปี พ.ศ. 2453 ท่านเจ้าพระยาอภัยภูเบศรมิเคยใช้ตึกหลังนี้เป็นที่พักส่วนตัวแต่อย่างใด ยกเว้นเมื่อท่านถึงแก่อสัญกรรมจึงได้ใช้ตึกหลังนี้ เป็นที่ตั้งบำเพ็ญกุศลครั้งสุดท้ายเท่านั้น ต่อมาตึกหลังนี้ได้ใช้รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์
ตลอดเวลากว่า 100 ปี ความรัก ความภักดี ความตั้งใจอันดีงามของต้นตระกูลท่านเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ยังคงอยู่คู่แผ่นดินไทยจนเป็นที่ประจักษ์ต่อชาวปราจีนบุรีและคนไทยทั้งประเทศเป็นที่ทราบกันอย่างถ้วนทั่ว จนกระทั่งเกิดการเชื่อมต่อสู่การเป็นโรงพยาบาลศูนย์แผนปัจจุบัน ที่บุกเบิกการพัฒนาสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย
ด้วยพระกรุณาธิคุณของ พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี (หลานปู่เจ้าพระยาอภัยภูเบศร) ทรงเห็นว่าตึกหลังนี้ผู้สร้างมิได้ประสงค์จะใช้เป็นที่พำนักส่วนตนแต่อย่างใดแต่ประสงค์จะใช้รับเสด็จ พระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงเท่านั้น พระนางเจ้าจึงประทานตึกหลังนี้ให้แก่ทางราชการเพื่อให้เป็นสาธารณประโยชน์ ในปี พ.ศ. 2482 ซึ่งทางมณฑลทหารบกที่ 2 ได้ปรับปรุงให้เป็นโรงพยาบาลทหารและประชาชน ต่อมาในปี พ.ศ. 2484 กรมสาธารณสุขได้เจรจาขอตึกหลังนี้จากกระทรวงกลาโหมเพื่อปรับปรุงให้เป็นโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข เปิดทำการเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2484 ในชื่อ “โรงพยาบาลปราจีนบุรี” และเปลี่ยนเป็น "โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร" เมื่อปี พ.ศ. 2509 โรงพยาบาลมีการพัฒนามาโดยลำดับ และในปี พ.ศ. 2526 ได้เริ่มงานพัฒนาสมุนไพรซึ่งมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมีชื่อเสียงในระดับประเทศและต่างประเทศ ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร และการผสมผสานการแพทย์แผนไทยเข้าสู่การบริการแผนปัจจุบัน
จากนั้นจึงได้เริ่มงานพัฒนาสมุนไพร ซึ่งมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ ภายใต้แบรนด์ “อภัยภูเบศร” มีชื่อเสียงในระดับประเทศและต่างประเทศ ในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร และการผสมผสานการแพทย์แผนไทย เข้าสู่การบริการแผนปัจจุบันได้อย่างกลมกลืน
ปัจจุบัน ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นอาคารอนุรักษ์ดีเด่นและการเป็นพิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ที่ทุกคนเข้าถึงสามารถเข้าเยี่ยมชมและสัมผัสได้ถึงคุณูปการของตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่เคยเป็นหอผู้ป่วยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2484 จนถึงปี พ.ศ. 2513 ปัจจุบันโรงพยาบาลฯ ได้จัดทำพิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศรขึ้นที่ตึกหลังนี้ โดยรวบรวมพิพิธภัณฑ์วัตถุ ตำรายาโบราณ ประวัติเจ้าพระยาอภัยภูเบศรและตระกูลของท่าน
ตึกหลังนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในปี พ.ศ. 2533 และได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นประเภทอาคารจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อปี พ.ศ. 2542 จากคุณค่าของตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศรทั้งในแง่ความงามทางสถาปัตยกรรม คุณค่าทางประวัติศาสตร์ คุณค่าทางจิตวิญญาณของความเป็นไทย และคุณูปการที่ตึกหลังนี้ได้ทำประโยชน์ให้แก่แผ่นดินไทยตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น โรงพยาบาลฯ จึงได้จัดทำโครงการ “ด้วยรักและภักดี 100 ปี ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร” ขึ้นเพื่อสร้างการรับรู้ ความตระหนักและคุณค่าของตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศรแก่สังคมไทยในมิติต่างๆ รวมทั้งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดปราจีนบุรี และส่งเสริมการใช้สมุนไพรและตำรายาไทย ให้เป็นที่รู้จักและแพร่หลายมากขึ้น
ทั้งนี้ “ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร" จะเปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรีทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. โดยตลอดการชมได้จัดให้มีผู้บรรยายรายละเอียดต่างๆ ของตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศรโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ



