ไลฟ์สไตล์

 รอหลักฐาน...นิติวิทยาศาสตร์มัดฆ่ายัดศพท้ายรถ

รอหลักฐาน...นิติวิทยาศาสตร์มัดฆ่ายัดศพท้ายรถ

17 พ.ย. 2552

หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์จะเป็นตัวชี้ชัดลงไปว่า ผู้ต้องสงสัยชาวฝรั่งเศสเกี่ยวข้องกับการตายของ "สุชาดา สิทธิสาร" หญิงสาววัย 33 ปี แล้วยัดศพไว้ท้ายรถเก๋งหรือไม่ ?

 สุชาดาหายตัวไปนานผิดสังเกต และต่อมาญาติพบเป็นศพอยู่ท้ายรถเก๋งมิตซูบิชิ สีแดงเลือดหมู ทะเบียน กษ 6414 เชียงใหม่ ของเธอเอง จอดอยู่ในบ้านเลขที่ 123 ห่างจากบ้านของเธอเลขที่ 118 หมู่ 10 ต.ออนกลาง จ.เชียงใหม่ ไปเพียงไม่กี่หลังเท่านั้น สุชาดามีบาดแผลฉกรรจ์จากการถูกของแหลมมีคมแทงหลายแห่ง โดยเฉพาะที่ลำคอด้านหน้าและลำคอด้านหลัง

 เหยื่อสาวเป็นลูกสาวของเจ้าของร้านขายอาหารชื่อดังประจำ อ.แม่ออน จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งหนึ่ง ระหว่างช่วยแม่ทำร้านอาหารก็มีลูกค้าชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งมาติดพัน ชายคนที่ว่าอายุมากแล้วถึง 66 ปี เข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองไทยมาแล้วประมาณ 10 ปี ก่อนหน้านี้ได้แต่งงานอยู่กินกับเมียชาวพม่าและเลิกรากันไป มาซื้อที่ดินปลูกบ้านทรงไทยห่างจากบ้านของสุชาดาไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 1 ปีให้หลังชาวฝรั่งเศสผู้นี้มากินอาหารที่ร้านแม่สุชาดาบ่อยครั้ง บ่อยจนรู้จักสนิทสนมกันดี ทั้งตัวสุชาดาเองและครอบครัวของเธอ ต่อมาเขาได้ว่าจ้างให้สุชาดาทำงานเป็นผู้ดูแลบ้านทรงไทย ทำไปทำมาทั้งคู่ก็มีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งมากกว่าคำว่าเพื่อน ตามปกติแล้วหญิงสาวจะไปดูแลบ้านทรงไทยให้ฝรั่งตาน้ำข้าว แล้วกลับมานอนพักที่บ้านแม่เป็นประจำทุกวัน

 แต่แล้วตกเย็นวันที่ 14 พฤศจิกายน ครอบครัวของเธอก็พบความผิดปกติ เมื่อลูกสาวไม่กลับบ้านเหมือนอย่างเคย จวบจนเวลาล่วงเลยเข้าไปถึงดึกของอีกวัน ท่ามกลางความกระวนกระวายใจญาติพี่น้องต่างออกติดตามหาตัวสุชาดา จนล่วงเข้าวันที่ 15 พฤศจิกายน ชายชาวฝรั่งเศสที่คุ้นเคยกันดีได้นำกุญแจบ้านทรงไทยมาฝากไว้กับแม่ของสุชาดา กระทั่งตกเย็นทุกคนจึงออกตามหาตามสถานที่ต่างๆ แต่ก็ไม่พบตัว

 ความหวังสุดท้ายจึงอยู่ที่บ้านทรงไทย นั่นคือความเข้าใจของทุกคน เนื่องจากเป็นที่ที่สุชาดาไปเป็นที่สุดท้าย ครอบครัวของเธอตัดสินใจนำกุญแจที่ได้รับฝากไว้ไขเข้าไปตรวจดูก็ไม่พบตัว พบเพียงรถเก๋งคันเก่งของเธอที่จอดสนิทนิ่งอยู่ เมื่อเปิดกระโปรงท้ายดูถึงกับผงะ เมื่อเห็นศพคนที่กำลังตามหาอยู่ในสภาพถูกทำร้ายอย่างทารุณโหดเหี้ยม

 หลังเกิดเหตุ พ.ต.ท.มานพ จิตต์จรูญพันธุ์ พงส.(สบ.2) สภ.แม่ออน เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุและสอบปากคำคนในครอบครัวสุชาดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเจ้าของบ้านทรงไทยชาวฝรั่งเศส ตลอดจนประเด็นพิรุธเรื่องการฝากกุญแจและหายตัวไปอย่างผิดปกติหลังเกิดเหตุ

 อย่างไรก็ดี หนุ่มใหญ่เมืองน้ำหอมตกเป็นผู้ต้องสงสัยในอันดับต้นๆ ตำรวจแม่ออนจึงประสานไปตามท้องที่ต่างๆ โดยเฉพาะตามด่านชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่นานก็ได้รับแจ้งกลับมาว่าพบตัวขณะกำลังจะข้ามแดนไปยังประเทศพม่า ผ่านด่าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย จึงควบคุมตัวมาสอบสวน เบื้องต้นยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง

 ขณะที่ การสอบปากคำดำเนินไปฝ่ายสืบสวนก็สืบหาประวัติส่วนตัวของหนุ่มใหญ่คนนี้จนทราบว่า เขาเป็นคนค่อนข้างอารมณ์ร้าย ฉุนเฉียวง่าย และมีเรื่องมีราวบ่อยครั้ง อย่างน้อยมีเรื่องจนต้องขึ้นไปไกล่เกลี่ยบน สภ.แม่ออน 3 ครั้ง นอกจากนี้ ฝ่ายเจ้าหน้าที่วิทยาการก็กำลังเร่งตรวจสอบวัตถุพยานต่างๆ ที่พบในที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งเปรียบเทียบลายนิ้วมือแฝงตามที่ต่างๆ เพื่อทำรายงานเสนอพนักงานสอบสวน ซึ่งกำลังจะทำเรื่องขออนุมัติหมายจับผู้ต้องสงสัยจากเมืองน้ำหอมนี้

 "ขณะนี้ตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องสงสัย อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งในที่เกิดเหตุและคำให้การของครอบครัวผู้เสียหาย รวมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ จากนั้นจะพิจารณานำสำนวนเสนอต่อผู้พิพากษาขออนุมัติหมายจับได้เร็วๆ นี้" พ.ต.อ.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กล่าวกับ "คม ชัด ลึก" ภายหลังลงมาสอบปากคำผู้ต้องสงสัยด้วยตัวเอง

 อย่างไรก็ตาม ระหว่างรอผลพิสูจน์ต่างๆ พนักงานสอบสวนได้ปิดประตูหนีของชาวต่างชาติผู้นี้เผื่อเอาไว้แล้ว โดยขอยึดหนังสือเดินทางไว้ก่อนชั่วคราว ระหว่างเจ้าตัวเข้ามาสอบถามกับตำรวจในเช้าวันที่ 16 พฤศจิกายน หลังพบศพ 1 วันว่าต้องการข้อมูลอื่นใดหรือว่าอะไรเติมเพิ่มหรือไม่ สำหรับประเด็นสังหารโหดยัดศพท้ายรถครั้งนี้นั้น ตำรวจเชื่อว่าเกิดจากการบันดาลโทสะ แต่อีกไม่นานเมื่อจับกุมผู้ต้องหาได้ความจริงก็จะปรากฏออกมา