
รับพระบัญชาเป็นเจ้าอาวาสวัดโสธรฯแล้ว
พระพิพิธกิจจาภิวัฒน์ รับพระบัญชาเป็นเจ้าอาวาสวัดโสธรฯแล้ว พร้อมเดินทางไปวัดทันทีเพื่อสางปัญหาความขัดแย้งภายในวัด เชื่อมีทางแก้ได้
เมื่อวันที่ 16 พ.ย. เวลา 13.00 น. ที่ตำหนักสมเด็จ วัดสระเกศ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ในฐานะประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานในพิธีมอบพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้งเจ้าอาวาสพระอารามหลวง จำนวน 2 รูป คือ พระราชวรมุนี วัดดุสิดาราม เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดดุสิดาราม และพระพิพิธกิจจาภิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดท่าสะอ้าน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม วรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีนายอำนาจ บัวศิริ ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม กล่าวถวายรายงานเกี่ยวกับพิธีมอบพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้งเจ้าอาวาสพระอารามหลวงในครั้งนี้ พร้อมทั้ง คณะสงฆ์และคณะศิษยานุศิษย์จำนวนกว่า 100 รูป/คน เข้าร่วมพิธี
ทั้งนี้ นางจุฬารัตน์ บุณยากร ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้อ่านพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดโสธรวราม พระอารามหลวง ความว่า อาศัยอำนาจตามความในข้อ 33 แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 (พ.ศ.2541) ว่าด้วยการแต่งตั้งกอดถอนพระสังฆาธิการ ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 และมติมหาเถรสมาคม ในการประชุมครั้งที่ 23/2552 เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2552 จึงแต่งตั้งให้พระพิพิธกิจจาภิวัฒน์ (ประยงค์ ปิยวัณโณ) อายุ 80 ปี พรรษา 43 วิทยฐานะ นักธรรมเอก เจ้าอาวาสวัดท่าสะอ้าน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา และเจ้าคณะอำเภอบางปะกง ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา
มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 พระภิกษุสามเณรและคฤหัสถ์ที่อยู่ในวัดโสธรฯ ดังกล่าวข้างต้น จงอยู่ในโอวาทของเจ้าอาวาสที่ได้รับแต่งตั้งแล้วนั้น ซึ่งปฏิบัติการโดยชอบด้วยพระธรรมวินัย กฎหมาย กฎมหาเถรสมาคม ข้อบังคับ ประกาศมหาเถรสมาคม ขอจงถึงความเจริญงอกงามในพระพุทธศาสนา ตลอดกาลนานเทอญ แต่งตั้ง ณ วันที่ 12 พฤศจิกายน 2552
สมเด็จพระพุฒาจารย์ กล่าวให้โอวาทแด่เจ้าอาวาสพระอารามหลวงรูปใหม่ ว่า ท่านเจ้าคุณพระพิพิธกิจจาภิวัฒน์ เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่ได้รับความนับถือจากคณะสงฆ์และชาวเมืองฉะเชิงเทรา เป็นผู้ที่มีความเข้าใจในการปกครอง แม้ท่านจะสูงวัย แต่ท่านก็มีสุขภาพแข็งแรง สามารถบริหารงานภายในวัดโสธรฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเป็นเช่นนั้น เจ้าคณะภาค 12 และเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา จึงได้พิจารณาแล้วเห็นว่าท่านมีความเหมาะสมที่จะบริหารงานวัดโสธรฯ ให้เจริญยิ่งขึ้นไปจึงได้เสนอต่อที่ประชุมมหาเถรฯ ซึ่งที่ประชุมก็มีมติเห็นชอบตามที่เสนอ เพื่อให้ท่านเจ้าคุณพระพิพิธกิจจาภิวัฒน์ ได้เข้ามาดูแลกิจการภายในวัดต่อไป ให้สมกับเป็นพระอารามหลวงที่มีความสำคัญเป็นลำดับต้นของประเทศไทย
ด้านพระพิพิธกิจจาภิวัฒน์ กล่าวภายหลังรับมอบพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช ว่า หลังจากที่พระบัญชาแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดโสธรฯแล้ว จะเดินทางเข้าไปยังวัดโสธรฯด้วย ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงของพระในวัด จะต้องเข้าไปดูปัญหาก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นถึงจะมีการแก้ไขปัญหา โดยเชื่อว่า ทุกปัญหามีทางแก้
“เรื่องที่เกิดขึ้นอาตมาไม่ได้มีส่วนรู้เห็น เขาทำกันเอง อย่างไรก็ตาม อาตมาต้องเข้าไปวัดโสธร พร้อมเข้าไปดูปัญหาภายในวัดก่อน ตอนนี้ตอบอะไรยังไม่ได้มาก” พระพิพิธกิจจาภิวัฒน์ กล่าว
นางจุฬารัตน์ กล่าวว่า เมื่อมีการมอบพระบัญชาแต่งตั้งแก่พระพิพิธกิจจาภิวัฒน์ ตนเชื่อว่าปัญหาความวุ่นวายของวัดโสธรฯคงจะสงบลงและดำเนินกิจการของวัดตามปกติ จากนั้น เวลา 13.30 น. พระพิพิธกิจจาภิวัฒน์ พร้อมด้วยคณะศิษย์ ได้เดินทางกลับไปที่วัดโสธรวรารามทันที



