ไลฟ์สไตล์

สะดุดล้มที่สุวรรณภูมิ

สะดุดล้มที่สุวรรณภูมิ

16 พ.ย. 2552

ดิฉันได้รับอุบัติเหตุสะดุดฐานไม้สำหรับยืนตรวจเช็กสิ่งของติดตัว ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2552 เวลาประมาณ 08.30 น. เป็นเหตุให้กระดูกเท้าซ้ายหัก หมอแจ้งว่าต้องอยู่ในเฝือกประมาณ 6-8 สัปดาห์

ในวันนั้นดิฉันจะเดินทางไปเชียงใหม่ เข้าช่องตรวจสัมภาระติดตัวเบลท์เกือบสุดท้าย โดยเบลท์ที่อยู่ข้างๆ ที่ดิฉันเข้าตรวจปิดจึงไม่มีคนยืนประจำแท่นตรวจ เมื่อผ่านประตูเช็กร่างกาย ก็ไม่ปรากฏเสียง ดิฉันได้สัมภาระแล้วก็ต้องมองหาประตูทางออก พอเห็นก็เดินตรงไปเลย โดยไม่ทันได้เห็นแท่นสีน้ำเงินวางอยู่ ดิฉันเดินไปสะดุดแท่นดังกล่าวล้มลงต่อหน้าเจ้าหน้าที่ของการท่าอากาศยาน
 เจ้าหน้าที่มาดูและถามว่า "เจ็บไหม" และขอให้ดิฉันเขยิบไปข้างๆ ได้ไหม ดิฉันยังคงนั่งกับพื้นและไม่อยากขยับไปไหนเพราะเริ่มเจ็บมาก เจ้าหน้าที่ขอให้ดิฉันเขยือบตัวอยู่ 2-3 ครั้ง โดยไม่ให้ความช่วยเหลือ ดิฉันจึงขอน้ำแข็งมาประคบเท้า เจ้าหน้าที่ก็ทำหน้างงๆ ได้แต่พูดว่า "น้ำแข็งๆ" ในที่สุดก็เรียกหมอมาดู
 ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ก็โยนความผิดกันใหญ่ว่าใครดู ทำไมผู้โดยสารถึงหกล้ม ระหว่างการถกเถียงของเจ้าหน้าที่ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ โดยมิได้สนใจผู้โดยสารเลย คนที่เข้ามาดูแลดิฉันกลายเป็นพนักงานการบินไทย ชื่อ คุณอรวรรณ ซึ่งมาดูแลเรื่องตั๋วและเที่ยวบินที่คิดว่าจะต้องเปลี่ยนเวลาให้ ซึ่งจะต้องเสียค่าเปลี่ยนตั๋ว คนละ 750 บาท
 ดิฉันถามเจ้าหน้าที่การท่าฯ ว่าใครจะรับผิดชอบเรื่องค่าเปลี่ยนตั๋ว 2 ใบนี้ เจ้าหน้าที่การท่าฯ บอกว่า "ไม่ทราบค่ะ"
 หลังจากหมอมาตรวจและบอกว่าต้องส่งโรงพยาบาล ไปโรงพยาบาลแล้วปรากฏว่ากระดูกหลังเท้าหัก หมอให้เข้าเฝือก 6-8 สัปดาห์ เมื่อเข้าเช็กอินต้องผ่านเจ้าหน้าที่เคาท์เตอร์หน้าเดิมซึ่งเป็นผู้หญิงเกล้ามวย จึงถามว่า หมอบอกว่าจะต้องไปโรงพยาบาลเพื่อเช็กเฝือกทุกสัปดาห์
 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ทำให้ดิฉันกระดูกเท้าแตก จึงไม่สะดวกที่จะพักบนภูเขาซึ่งเป็นบ้านของเพื่อนที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ดิฉันต้องเช่าห้องพักเสียค่าใช้จ่ายไป 3,800 บาท และในระยะเวลา 6-8 สัปดาห์ที่ผ่านมา ดิฉันไม่สามารถทำงานได้เลย ที่สำคัญคือ เรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวพร้อมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น รถเข็น และสมควรชดเชยค่าเสียหายต่างๆ ให้แก่ดิฉันตามสมควร ไม่ใช่นิ่งเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเช่นนี้
 ดิฉันทราบมาว่า กรณีอย่างดิฉัน เกิดขึ้นกับชาวต่างชาติมาแล้ว ตรงจุดเดียวกันนี้ แต่ของดิฉันหนักที่สุด
อัชญา
ตอบ
 นายอิทธิพล บุญอารีย์ ผู้อำนวยการฝ่ายรักษาความปลอดภัย การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชี้แจงว่า ฐานไม้หรือสแตนด์แบบที่นักกีฬาขึ้นรับเหรียญนี้ เพื่อให้ผู้โดยสารขึ้นไปยืนบนสแตนด์ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสัมภาระติดตัวของผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่อง ก่อนหน้านี้ได้ยกเลิกการใช้งานไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่กลับนำมาใช้อีก เนื่องจากแผ่นยางที่มีรูปรอยเท้าที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน แผ่นยางที่ใช้กลับพับงอในส่วนของขอบแผ่นยาง เจ้าหน้าที่เกรงว่าผู้โดยสารไม่ปลอดภัยจะเดินสะดุดล้ม จึงได้นำสแตนด์มาวางใช้งานแทนรอการเปลี่ยนแผ่นยางใหม่
 แทนที่จะดี...แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น พอเปลี่ยนปุ๊บก็เกิดอุบัติเหตุผู้โดยสารสะดุดล้ม บาดเจ็บ กระดูกหักในวันนั้นเลย
 ผู้บริหารการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทราบเรื่องอุบัติเหตุในครั้งนี้ มีคำสั่งให้ยกเลิกสแตนด์ห้ามนำมาใช้อีกโดยเด็ดขาด และจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นทั้งหมด ซึ่งได้ทำสัญญาประกันภัย กรณีผู้โดยสารประสบอุบัติเหตุเนื่องจากการให้บริการ
 ทอท.มีความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง
 หวังดีประสงค์ร้าย...
ลุงแจ่ม