
8 โรคที่มักถามหา "ผู้บริหาร" (1)
วัย 30-45 ปี เป็นช่วงอายุที่คนทำงานที่มีฝีมือมักประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่ขณะเดียวกันแรงกดดันต่างๆ ก็มีเพิ่มขึ้นเพราะต้องรับผิดชอบในหน้าที่การงานเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามเก้าอี้ที่ใหญ่ขึ้น สอดคล้องกับสภาพร่างกายที่เริ่มเสื่อมถอยด้วยวัยกลางคน ทำให้ผู้บริ
ถ้าผู้บริหารคนใดมี “ปัจจัยพื้นฐานดี” คือ ร่างกายแข็งแรง สุขภาพจิตดีและได้ออกกำลังเป็นประจำสม่ำเสมอ โอกาสที่จะเจ็บป่วยถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อก็จะน้อยกว่าผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ซ้ำยังมีความเครียดเป็นนิตย์สุขภาพจิตเสื่อมโทรม แถมยังไม่เคยออกกำลังกายเพราะเข้าใจว่าตนเองไม่มีเวลา
บุคคลในลักษณะนี้ มีโอกาสที่จะถูกโรคทั้ง 8 ถามหาไม่โรคใดก็โรคหนึ่งหรืออาจจะเจอแจ็กพอตเป็นคนเดียวหลายๆ โรคก็ได้
1. โรคความดันโลหิตสูง
โรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคที่คร่าชีวิตคนในสังคมตะวันตกในอันดับต้นๆ สาเหตุที่เห็นเด่นชัดที่สุด คือความเครียด ทำให้เป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์ อัมพาต ไตวาย โรคหลอดเลือดหัวใจ หัวใจขาดเลือด และหัวใจล้มเหลวได้
สัญญาณเตือนภัย มีเสียงดังหวิวๆ หรือหึ่งๆ ในหู หรือได้ยินเสียงชีพจรในศีรษะของตัวเอง เลือดกำเดาออกบ่อย เวียนศีรษะบ่อยโดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนอิริยาบถ ปวดศีรษะหรือรู้สึกหนักศีรษะ รู้สึกว่าใจสั่นบ่อย หัวใจเต้นแรงผิดปกติบ่อยๆ ขาบวม หงุดหงิดโดยไม่มีสาเหตุ อาการเจ็บปวดโดยไม่ทราบสาเหตุ เหนื่อย เพลียผิดปกติ
2. โรคหลอดเลือดสมอง
ส่วนใหญ่มักมีอาการเฉียบพลัน ทำให้ "ตาพร่ามัว ปวดศีรษะ แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก" หากถึงมือแพทย์ช้า อาจเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตตลอดชีวิต โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke เกิดจากภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยง เพราะมีการอุดตันของเส้นเลือดที่นำอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงสมองส่วนต่างๆ ส่งผลให้เนื้อสมองเสียหาย อยู่ในภาวะที่ทำงานไม่ได้ โรค จากสถิติของประเทศไทยพบว่าอัตราการตายซึ่งมีสาเหตุมาจากสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุการตายอันดับ 3 พบเป็นร้อยละ 6 (ข้อมูลจาก World Health Organization, 2002)
สัญญาณเตือนภัย อาการของโรคหลอดเลือดสมอง มักเริ่มจากแขนขาอ่อนแรง หรือชาบริเวณใบหน้าซีกใดซีกหนึ่ง ตาข้างใดข้างหนึ่งพร่ามัวหรือมองไม่เห็น มีปัญหาด้านการพูดหรือการเข้าใจบทสนทนา ปวดศีรษะเฉียบพลันแบบไม่มีสาเหตุ รวมถึงอาการวิงเวียนหรือวูบแบบเฉียบพลัน หน้าเบี้ยว พูดลำบาก กลืนลำบาก การทรงตัวไม่ดี เดินเซ ซึ่งอาจจะแสดงอาการออกมาอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือมีอาการหลายอย่างพร้อมกัน
3. โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน หรือโรคหัวใจขาดเลือด
โรคนี้เป็นสาเหตุการตายสำคัญอันดับ 1 ของไทย สาเหตุสำคัญที่ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเกิดจากการตีบหรืออุดตันของเส้นเลือดจากการสะสมไขมัน คอเลสเตอรอล ทำให้เส้นเลือดแดงไม่สามารถนำเลือดไปเลี้ยงหัวใจได้ตามปกติ ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคนี้เพิ่มขึ้นได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่และความเครียด
สัญญาณเตือนภัย เจ็บหน้าอก โดยเจ็บแบบกดทับ หรือจุกแน่นลึกๆ บริเวณใต้กระดูกหน้าอก หรือหน้าอกด้านซ้าย มักมีการเจ็บร้าวไปที่หัวไหล่ซ้ายลงไปตามแขนซ้ายด้านใน อาการเจ็บมักเกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยออกแรง เช่น เดินเร็ว ยกของหนัก หรือวิ่ง หรือเมื่อรู้สึกเครียด บางครั้งอาจเกิดอาการหลังกินอิ่มจัด และอาการจะดีขึ้นเมื่อหายเครียดโดยใช้เวลา 1-2 นาที
เจ็บที่บริเวณกรามหรือสะบัก หรือแขนข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง เวลาเครียดจะเจ็บจนสังเกตได้ เหนื่อยหอบเวลาออกแรงโดยไม่เจ็บหน้าอก หัวใจเต้นผิดจังหวะทำให้หน้ามืด หมดสติหรือเสียชีวิตอันเกิดจากหัวใจขาดเลือด เจ็บหน้าอกรุนแรงและนานเกินครึ่งชั่วโมง
4. โรคกระเพาะอาหาร
โรคกระเพาะ คือ โรคระบบทางเดินอาหารขัดข้อง เนื่องจากกระบวนการที่อาหารผ่านไปนั้นเกิดทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดอาการเจ็บไข้ได้ป่วยตามมา เช่น กระเพาะยาน โรคกระเพาะอาหารไม่มีแรง กระเพาะอาหารมีกรดมากหรือน้อยเกินไป กระเพาะขยายตัวโรคประสาทกระเพาะ กระเพาะอาหารอักเสบเฉียบพลัน เป็นต้น โรคกระเพาะถือเป็นโรคยอดฮิตในหมู่ผู้บริหาร
สัญญาณเตือนภัย เมื่อรับประทานอาหารเข้าไปประมาณ 30 นาทีถึง 3 ชั่วโมงก็จะมีอาการปวดท้อง บางครั้งเมื่อรับประทานข้าวเสร็จก็ปวดท้องขึ้นมาในทันทีทันใด หรือปวดท้องก่อนรับประทานก็ได้ นอกจากนั้นอาจมีอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย
ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพกรุงเทพ
โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร.1719



