
เจ๊าะแจ๊ะวิทย์-ดูฝนดาวตกลีโอนิดส์ 17-18 พ.ย.
ฝนดาวตกลีโอนิดส์ หรือฝนดาวตกกลุ่มดาวสิงโตนี้ เกิดจากการที่โลกโคจรผ่านเข้าไปในซากสายธารฝุ่นหินของดาวหาง 55 พี เทมเพล-ทัดเทิล
ที่ยังหลงเหลืออยู่ ปกติคาบการโคจรของดาวหางดวงนี้คือ 33.2 ปี ปีนี้โอกาสจะเกิดฝนดาวตกมีมากกว่าปีปกติ จึงเรียกว่าปรากฏการณ์ “พายุฝนดาวตก” ช่วงวันที่ 17-18 พ.ย. แม้จะไม่ใช่รอบปีของการเกิดพายุฝนดาวตกลีโอนิดส์ แต่เราก็จะมีโอกาสเห็นฝนดาวตกในอัตราความชุกมากกว่าปีก่อนๆ
เนื่องจากการคำนวณของนักดาราศาสตร์หลายสำนัก พบว่าโลกจะโคจรตัดผ่านเศษซากสายธารฝุ่นหินของดาวหาง 55 พี เทมเพล-ทัดเทิล ถึงสองสายธารด้วยกันที่ทิ้งร่องรอยไว้ในปี ค.ศ.1466 และ 1533 อัตราการตกราว 100-500 ดวงต่อชั่วโมง (อ้างอิงที่เมื่อกลุ่มดาวสิงโตมาอยู่ที่จุดกลางฟ้าเหนือศีรษะ) จำนวนฝนดาวตกที่เห็นก็ไม่ได้เห็นมากถึง 500 ดวง ตัวอย่างเช่น อัตราการตกที่ 400 ดวงต่อชั่วโมง เห็นแค่ช่วงเวลา 15 นาที จะเห็นดาวตกประมาณ 100 ดวง ประเทศไทยจะมีโอกาสเห็นฝนดาวตกสูงสุดตั้งแต่ตีหนึ่งเป็นต้นไป ช่วงพีคสูงสุดของการตก นักดาราศาสตร์หลายสำนักเห็นตรงกันว่าเป็นเวลาประมาณ 04.43 น.ของเช้าวันที่ 18 พ.ย. อัตราความชุกที่ 100-500 ดวงต่อชั่วโมง
สามารถดูได้ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา รังสิต คลองหก จ.ปทุมธานี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงเรียนชลราษฎรอำรุง อ.เมือง จ.ชลบุรี โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฏิ์ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา โรงเรียนไผ่แก้ววิทยา อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา ช่วงหัวค่ำตั้งกล้องดูดาวพฤหัสบดี และอ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ วนอุทยานเขาอีโต้ ต.บ้านพระ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี
มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย สนามหน้าศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ ทุ่งนาม่อนลับแล ต.ฝายหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์?มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา? มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา และมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต



