ไลฟ์สไตล์

ฤาษีแผลงฤทธิ์บนเว็บไซต์

ฤาษีแผลงฤทธิ์บนเว็บไซต์

15 พ.ย. 2552

ฤาษีดัดตนฉบับสามมิติ ได้รับการเปิดตัวไปแล้วก่อนหน้านี้ ในงานแสดงนิทรรศการและประชุมวิชาการประจำปี 2551 ของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) เมื่อเดือนกันยายน ปีที่ผ่านมา เพียงแต่ครั้งนั้นท่านฤาษีสามมิติยังดัดตนได้ไม่สมบูรณ์แบบ แล

หลังจากใช้เวลาพัฒนา 1 ปีกว่าๆ เนคเทคก็ได้ฤกษ์เปิดตัวเว็บไซต์ฤาษีดัดตนฉบับดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบ เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ชอบออกกำลังกาย โดยคัดเลือกมาจาก 127 ท่าฤาษีดัดตน มาประยุกต์ให้เกิดความต่อเนื่องของการเคลื่อนไหวเป็น 15 ท่าหลักที่มีประโยชน์ในการปรับสมดุลโครงสร้างร่างกายเกือบทุกส่วน โดยไม่ต้องเดินทางมาใช้บริการที่วัดโพธิ์ หรือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

 ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ ผู้อำนวยการหน่วยปฏิบัติการวิจัยคลังอนุพันธ์ความรู้ ศูนย์เนคเทค กล่าวว่า ฤาษีดัดตนฉบับดิจิทัลใช้งานง่าย เพียงผู้ใช้เข้าไปที่เว็บ www.rusiedotton.thai.net จากนั้นเลือกท่าที่ต้องการบริหารจาก 15 ท่า หรือจะปฏิบัติตามทั้ง 15 ท่าที่มีอยู่ก็ได้ตามฤาษีที่เห็นบนหน้าจอ ทีมงานได้ออกแบบให้ฤาษีเคลื่อนไหวได้เสมือนจริงไม่ต่างจากคนจริง

 นอกจากการพัฒนาฤาษีดัดตนเพื่อคนไทยแล้ว ขณะนี้ทีมวิจัยอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการจัดทำบทบรรยายสรรพคุณของแต่ละท่า เป็นภาษาต่างประเทศ ทั้งอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และสเปน เพื่อขยายผลฤาษีดัดตนฉบับดิจิทัลไปทั่วโลก

 พร้อมกันนี้ กระทรวงสาธารณสุขอยู่ระหว่างจัดพิมพ์ท่าฤาษีดัดตนทั้ง 15 ท่า เป็นหนังสือและซีดี เผยแพร่ให้ผู้สนใจทั้งภาคประชาชน ภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการออกกำลังกายอย่างถูกวิธี

 “ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการบริหารร่างกายด้วยท่าฤาษีดัดตนฉบับดิจิทัลคือ การเคลื่อนไหวของแขนขาที่คล่องแคล่ว การไหลเวียนของโลหิตและเลือดลมสะดวก การต่อต้านโรคภัยของร่างกาย และสมาธิของจิตใจมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นในระยะยาว”

 ดร.จุฬารัตน์ ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาอนุญาตให้นำท่าฤาษีดัดตนมาใช้ในการพัฒนาเป็นฤาษีดัดตนฉบับดิจิทัล พร้อมกันนี้ยังได้รับการสนับสนุนเครื่องตรวจจับการเคลื่อนไหวในการสร้างภาพยนตร์การ์ตูนสามมิติจากสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) รวมถึงศูนย์ไทยกริดแห่งชาติ ด้านการอนุเคราะห์คลัสเตอร์กริด สำหรับคำนวณแสงเงาที่ตกกระทบวัตถุในโมเดลสามมิติ

 เทคนิคการพัฒนาฤาษีดัดตนดังกล่าวสามารถประยุกต์ใช้กับการเผยแพร่ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยได้อีกหลายอย่าง เช่น มวยไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา เตรียมที่จะนำองค์ความรู้ไปขยายผลด้วยการสร้างสื่อที่เข้าถึงง่าย ในรูปการ์ตูนสามมิติสำหรับคนทุกเพศทุกวัย

 “ความรู้ที่ทีมงานมีในขณะนี้ พร้อมที่จะนำไปขยายผลในการสร้างสื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมไทยอีกหลายประเภท แต่อุปสรรคสำคัญคือ เครื่องตรวจจับการเคลื่อนไหวที่มีจำกัดอยู่เพียง 3 เครื่องในประเทศเท่านั้น เนื่องจากมีราคาแพงกว่า 10 ล้านบาท”

กานต์ดา บุญเถื่อน