ไลฟ์สไตล์

"ค่ายอาสา"มทร.ธัญบุรีปั้นบัณฑิตรับใช้สังคม

"ค่ายอาสา"มทร.ธัญบุรีปั้นบัณฑิตรับใช้สังคม

15 พ.ย. 2552

“ค่ายอาสาพัฒนาชนบท คือเครื่องมือที่ทำให้นักศึกษานำความรู้ทางวิชาการไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่น เมื่อคนเหล่านี้จบไปทำงานเขาย่อมเป็นคนดีรับใช้สังคม เป็นบัณฑิตที่สมบูรณ์” สมภพ เพชรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญ

 ปี 2533 นักศึกษา มทร.ธัญบุรีที่ต้องการพัฒนาโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร ก่อสร้างอาคารเรียน และอาคารอเนกประสงค์ รวมตัวกันก่อตั้งชมรมราชมงคลอาสา ดำเนินกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์มาตั้งแต่ปี 2533 กระทั่งปี 2542 เปลี่ยนชื่อเป็น ชมรมราชมงคลอาสาพัฒนาเฉลิมพระเกียรติ (มทร.) ธัญบุรี ก่อสร้างอาคารเรียน ชื่อ "ราชมงคลเฉลิมพระเกียติ" จำนวน 33 หลัง ในการดูแลของ ผศ.พูลเกียรติ์ นาคะวิวัฒน์ รองอธิการบดีและที่ปรึกษาโครงการค่ายราชมงคลอาสาพัฒนาชนบท ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ ปูนซิเมนต์นครหลวงไทย และภาคประชาชน

 ปี 2552 ชมรมราชมงคลอาสาพัฒนาเฉลิมพระเกียรติ (มทร.) ธัญบุรี ได้ร่วมก่อสร้างอาคารราชมงคลเฉลิมพระเกียรติ หลังที่ 35 กับ มทร.ล้านนา และ มทร.ตะวันออก เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามที่ สกล โตสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนบรรณโศภิษฐ์ ต.ชนแดน อ.สองแคว จ.น่าน ยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานความช่วยเหลือ ผ่านราชเลขาธิการ เพื่อใช้ทำกิจกรรมของโรงเรียน ซึ่งอยู่ในพื้นที่ทุรกันดารติดกับชายแดนไทย-ลาว

 โรงเรียนแห่งนี้เปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1-ม.3 มีนักเรียน 352 คน ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ประกอบอาชีพทำไร่ การได้รับพระราชทานความช่วยเหลือก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์เพื่อการศึกษา ผอ.สกล บอกว่า ต้องขอขอบคุณมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล โดยเฉพาะนิสิตนักศึกษาทั้ง 120 คน ที่มาก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์จนแล้วเสร็จใช้งานได้จริง

 ความปลาบปลื้มของผู้รับคือความภูมิใจของผู้ให้ อย่าง ปิยา วงศ์วลัยมาศ หรือน้องมุก อายุ 19 ปี นักศึกษาปี 2 คณะบริหารธุรกิจ ที่ขะมักเขม้นกับการทาสี อดีตประธานชมรมทักษะชีวิต โรงเรียนพัทลุง เคยเป็นอาสาสมัครให้ความรู้ทักษะป้องกันโรคเอดส์แก่ผู้อื่น ครั้งนี้เข้าร่วมกิจกรรมค่ายราชมงคลอาสาพัฒนาชนบท เพื่อหาประสบการณ์และใช้เวลาว่างช่วงปิดเทอมให้เกิดประโยชน์

 "คำว่า ถิ่นทุรกันดาร มันท้าทายให้รู้สึกอยากเดินทาง เมื่อเราอยู่ในบริเวณพื้นที่ที่เจริญกว่า พร้อมกว่า โอกาสทางการศึกษาย่อมมากกว่าเด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกล ออกค่ายครั้งนี้ได้ทาสี ฉาบปูน ยกของ ทำอาหารเลี้ยงเพื่อนๆ ทักษะชีวิตด้านนี้ การเรียนด้านบริหารย่อมไม่มีสอน"

 เช่นเดียวกับ กิตติพงษ์ อะโนติ๊บ หรือ คิว อายุ 18 ปี นักศึกษาปี 1 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร มทร.ล้านนา น่าน บอกว่า เป็นครั้งแรกที่ได้ออกค่ายอาสา 21 วัน ทำให้เข้าใจความหมาย "ค่ายอาสา" คือทำด้วยใจ นึกถึงประโยชน์ส่วนรวม สานสัมพันธ์พี่น้อง สอนทักษะการทำงาน เกิดความสามัคคีให้งานค่ายสำเร็จเป็นผลงาน ฝึกฝนความอดทน มีสมาธิระเบียบวินัยในหน้าที่ และรู้จักการให้มีน้ำใจต่อผู้อื่น นำไปปรับใช้ชีวิตการเรียน หากมีโอกาสจะเข้าร่วมออกค่ายอาสานี้อีกครั้ง

 ไม่ต่างจาก ธเนศ หงษ์คำภา หรือ พี่เนตรของรุ่นน้อง อายุ 22 ปี นักศึกษาปริญญาโท คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มทร.ธัญบุรี อดีตประธานค่ายอาสาพัฒนาฯ ถือคติ บัณทิตจะมีคุณภาพอย่างแท้จริงได้ ต้องใช้ทักษะความรู้ที่มีมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น จึงเรียนรู้เป็นผู้นำผ่านกิจกรรมค่ายมากว่า 5 ปี ตั้งแต่เรียนในระดับปริญญาตรี ด้วยความมุ่งหวังแรงกายของเขาจะช่วยเพิ่มคุณภาพการศึกษาแก่เด็กด้อยโอกาส ส่งผลพัฒนาตนในแง่ของทักษะงาน สร้างความภาคภูมิใจ ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้ทำความดีช่วยเหลือสังคมถวายพ่อหลวง
 
0 กิตติยา ธนกาลมารวย 0