ไลฟ์สไตล์

สอบจนท.รัฐเอื้อประโยชน์นายทุนออกน.ส.3ก.

สอบจนท.รัฐเอื้อประโยชน์นายทุนออกน.ส.3ก.

14 พ.ย. 2552

ดีเอสไอ-ป.ป.ท.ร่วมสอบสวนกรณีเจ้าหน้าที่รัฐเอื้อประโยชน์นายทุนออกน.ส. 3 ก. ทับแนวป่าถาวรและเขตป่าสงวน เลี่ยงกฎหมายโอนขายต่อให้บริษัทน้ำมันปาล์ม

(14พ.ย.) แหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีชาวสุราษฏร์ธานีเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ภายหลังบริษัทเอกชนร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐออกเอกสารสิทธิปลอมและฟ้องขับไล่ชาวบ้านออกจากที่ดินทำกินในหลายอำเภอ ของจ.สุราษฏร์ธานี

 ล่าสุดชุดสอบสวนดีเอสไอนำโดยพ.ต.ท.ประวุฒิ วงศ์สีนิล พนักงานสอบสวนระดับเชี่ยวชาญชำนาญการพิเศษ เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้ลงพื้นที่ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี กรณีบริษัทอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) แจ้งความดำเนินคดีกับนายมนัส กลับชัย กับพวกรวม 9 คน ข้อหาบุกรุกที่ดินน.ส. 3 ก. ของบริษัท ขณะที่กลุ่มชาวบ้านโต้แย้งว่าเอกสารสิทธิของบริษัทเอกชนได้มาโดยมิชอบ เพราะเป็นพื้นที่ป่า โดยผลการตรวจสอบน.ส. 3 ก.ทั้ง 16 แปลงพบว่า เป็นที่ดินที่อยู่ในเขตป่าไม้ถาวร และมีที่ดิน 6 แปลง ยังไม่ได้ออกน.ส. 3 ก. แต่มีการยื่นเรื่องเพื่อขอออกเอกสารสิทธิ พร้อมลงรูปแผนที่ในแผ่นระวาง ซึ่งมีข้อความอันเป็นเท็จ นอกจากนี้การตรวจสอบยังพบว่ารายชื่อของผู้เป็นเจ้าของที่ดินตามน.ส. 3 ก.ที่บริษัทเอกชนนำมาเป็นหลักฐานแจ้งความกลุ่มชาวบ้านนั้น หลายรายชื่อถูกแอบอ้างไปใส่เป็นคนนำเดินสำรวจ และไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับน.ส. 3 ก. แปลงที่มีข้อพิพาทอยู่

 จากผลการตรวจสอบ ดีเอสไอและป.ป.ท.สันนิษฐานเบื้องต้นว่า พื้นที่ดังกล่าวมีการอนุญาตสัมปทานตัดไม้โดยมีร่องรอยการตัดไม้ท่อนซุง ซึ่งเป็นเหตุผลสนับสนุนว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของรัฐ นอกจากนี้ในแผ่นระวางรูปถ่ายทางอากาศของสำนักงานที่ดิน มีการขีดแนวป่าสงวนแห่งชาติ และมีร่องรอยการขูดลบเส้นแนวทางดังกล่าวออกไปจากระวาง จึงน่าเชื่อว่าพื้นที่พิพาทนอกจากจะมีแนวป่าไม้ถาวรแล้ว ยังจะมีแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติอีกด้วย ดังนั้นดีเอสไอจะเข้าไปดำเนินคดีกรณีนายทุนบุกรุกที่สาธารณะประโยชน์ ส่วนป.ป.ท.จะดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่สั่งให้เขียนข้อความอันเป็นเท็จ เอื้อประโยชน์ให้กับนายทุน หลีกเลี่ยงข้อกฎหมายเพื่อให้ทำการโอนที่ดินได้ทันทีหลังออก น.ส. 3 ก.

 แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า ในวันที่ 20 พ.ย.นี้ นายพีระพันธุ์จะลงพื้นที่จ.พังงาและสุราษฎร์ธานี เพื่อรับฟังปัญหาจากชาวบ้านและตรวจสอบสภาพที่เกิดเหตุในอ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี นอกจากนี้ จะเข้ารับฟังปัญหาของชาวบ้านในพื้นที่ต.เกาะยาวใหญ่ อ.เกาะยาว จ.พังงา ซึ่งกลุ่มนายทุนร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐออกเอกสารสิทธิน.ส.. 3 ก.ทับใบจองของชาวบ้านและครอบครองที่ดินทั้งในที่ราบภูเขาไปจนถึงยอดเขา เนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ ต่อมานายทุนได้ขายที่ดินให้บริษัทเอกชนเพื่อพัฒนาเป็นบ้านพักตากอากาศ ศูนย์การค้า โรงแรม และมีแผนที่จะสร้างท่าเทียบเรือมารีน่า เป็นผลให้ชาวบ้านย่าหมี เกาะยาวใหญ่ต่อสู้คัดค้านจนกระทั่งรัฐบาลเพิกถอนใบอนุญาตสร้างท่าเทียบเรือ แต่บริษัทเอกชนยังได้นำเครื่องมือหนักเข้าแผ้วถางพื้นที่อย่างต่อเนื่อง