
ฟัน5บิ๊ก'สกสค.'เอี่ยวฉ้อโกงเช่าพระพุทธโสธร
ศธ.เอาผิด5บิ๊ก "สกสค."คดีฉ้อโกงเช่าพระถูก ดึง บอร์ด "สกสค."โดดอุ้มพรรคพวกชัดเจน ไม่ยอมฟันคนผิดตามข้อเสนอกก.สอบข้อเท็จจริง อ้างผลสอบด่วนสรุป ลัดขั้นตอนกฎหมาย ขาดความสมบูรณ์ มีมติให้ตั้งกรรมการชุดใหม่สอบข้อเท็จจริงเพิ่ม 45 วันรู้ผล
(14พ.ย.) นายชินภัทร ภูมิรัตน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัดศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการ สกสค.เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า หลังจากที่ บอร์ด สกสค.ได้ตั้งคณะกรรมสอบข้อเท็จจริงโครงการสวัสดิการเงินกู้กองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา(ช.พ.ค) โครงการ 5 และโครงการเช่าบูชาวัตถุมงคลพระพุทธโสธร"รุ่นเจริญสุข"ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)ที่ถูกร้องเรียนว่า แอบอ้างเบื้องสูงและชื่อ/ตราสัญลักษณ์ของ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) ในการจัดทำ ซึ่งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงสรุปว่า ในส่วนของการจัดทำพระนั้น มีความผิดฐานหลอกหลวง ฉ้อโกงประชาชน จึงเสนอให้ดำเนินการเอาผิดกับ 5 ผู้บริหารระดับสูงของ สกสค. และเจ้าหน้าที่อีกจำนวนหนึ่งที่เกี่ยวข้อง พร้อมส่งสำนวนการสอบสวนให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ดำเนินคดีด้วย
นายชินภัทร กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อนำผลการสอบข้อเท็จจริงรายงานต่อบอร์ด สกสค.ในการประชุมนัดดังกล่าว บอร์ด สกสค.เห็นว่า คณะกรรมการด่วนสรุปผลสอบทั้งที่สอบไม่ครบถ้วน และทำงานข้ามขั้นตอน ก่อนที่จะสรุปว่า ใครมีความผิดนั้น ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2549 กำหนดให้เปิดโอกาสให้เจ้าตัวได้ชี้แจ้งและแสดงหลักฐานหักล้างข้อกล่าวหาก่อน แต่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ ยังไม่เคยผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจ้งก็สรุปว่า มีความผิดและเสนะแนะโทษแล้ว
“ การสอบสวนข้อเท็จจริงต้องใช้ดุลยพินิจด้วยความรอบครอบ เป็นธรรม เพราะฉะนั้น บอร์ด สกสค.จึงมีให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมขึ้นในกรณีเช่าพระ 1 ชุด มีนายนพพร สุวรรณรุจี ผู้ตรวจราชการ ศธ. เป็นประธานและมีผู้แทนจาก สกสค. 2 คน และจากภายนอก 2 คนเป็นคณะกรรมการร่วมโดยให้นายนพพรเป็นผู้คัดเลือกเอง ใช้เวลาประมาณ 45 วัน คณะกรรมการชุดใหม่นี้จะกรั่นกรองผลสอบของคณะกรรมการชุดเดิม พร้อมหาข้อมูลเพิ่มเติม และเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาได้มีโอกาสใช้สิทธิ์ในการชี้แจงและแสดงพยานหลักฐาน แต่สำหรับตอนนี้ ถือว่า ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงที่ผ่านมายังสรุปไม่ได้ เพราะสอบข้อมูลไม่ครบถ้วน “
ปลัด ศธ. กล่าวต่อว่า พร้อมกันนี้ ตนเพิ่งได้ข้อมูลเพิ่มจากนายกสมาคมผู้อำนวยการ สกสค.จังหวัดชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องการจำหน่ายพระพุทธโสธร เช่น ชี้แจงเรื่องการจำหน่าย ใครเป็นผู้สานงาน ใครเป็นผู้สั่งดำเนินการ เป็นต้น ซึ่งจะส่งข้อมูลเหล่านี้ให้คณะกรรมการชุดใหม่นี้ไปประกอบการทำงาน
นายชินภัทร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตนได้เร่งรัดขอให้ที่ประชุมพิจารณาเรื่องการสรรหา ผอ.องค์การค้า สกสค. ซึ่งขณะนี้ตน รักษาการ อยู่ เนื่องจากเจตนาเดิมแต่แรกได้ชี้แจงแล้วว่าอยากให้มีการสรรหาโดยเร็ว แต่ครั้งนั้นที่ประชุมบอกยังไม่พร้อม แต่เนื่องจากกำลังเข้าสู่ภาวะการโยกย้ายตำแหน่ง จึงได้เสนอที่ประชุมอีกครั้งโดยที่ประชุมมีมติให้เริ่มกระบวนสรรหา แต่ระหว่างรอการผลการสรรหา ผอ.องค์การค้า สกสค.คนใหม่นั้น ที่ประชุม สกสค.มีมติให้ตนรักษาการ ในตำแหน่ง ผอ.องค์การ สกสค.ไปก่อน



