
กฟน.ตามรอยวิถีชีวิตไทยพาเยาวชนเรียนรู้วัฒนธรรม
รวมพลเยาวชน "เอ็มอีเอ เย้" พลังเสียงแสดงความพร้อมของเยาวชนสมาชิกเว็บ "ยัง เอ็มอีเอ" การไฟฟ้านครหลวง ทั้ง 80 คน วัย 8-12 ปี ร่วมเดินทางท่องเที่ยวเรียนรู้มรดกศิลปวัฒนธรรมไทย ใน กิจกรรม Young MEA ตามรอยวิถีไทย
จัดโดยการไฟฟ้านครหลวง พาเหล่าเยาวชนตามรอยวิถีไทยอย่างสนุกสนานผ่านการเรียนรู้กิจกรรม 4 ฐาน อาทิ กับข้าวกับปลา และการหุงหาอาหาร ถ้วยชามไห และการปั้นหม้อดิน วัฒนธรรมพื้นบ้านและการทำขนม ลานพื้นบ้านสราญสุขใจ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ตลอดจนภูมิปัญญาไทย ณ เมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ
"เมืองโบราณ" ก่อสร้าง ปี 2506 โดยนายประไพ วิริยะพันธุ์ นักธุรกิจเจ้าของบริษัทวิริยะประกันภัย รวมวัฒนธรรมไทย อาทิ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคอีสาน เปิดให้บริการวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2515 ภายในมีปูชนียสถานที่ถ่ายทอดเรื่องราวทางศิลปวัฒนธรรม 4 ภาค สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาไทย
เสียงบรรยายจากวิดีโอบอกเล่าที่มาของเมืองโบราณ ที่น้องๆ ทุกคนได้รับชมรับฟังไปพร้อมๆ กัน เปิดประสบการณ์ ด.ญ.ปทิตตา จิรทรัพย์ไพบูลย์ หรือน้องกิม อายุ 9 ปี นักเรียน ป.4 โรงเรียนบูรณะศึกษา เขตทุ่งครุ กทม. บอกว่า วัฒนธรรมความเป็นไทยเด็กรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ผ่านการอ่านหนังสือ ในห้องเรียนที่ครูสอนผ่านรายวิชาพระพุทธศาสนา บางครั้งก็นึกภาพตามไม่ออกว่าที่ครูสอนนั้นคืออะไร
เป็นเหตุผลที่อยากเข้าร่วมกิจกรรม สนุกสนานร่วมกับเพื่อนๆ สมาชิกเว็บ "ยัง เอ็มอีเอ" พร้อมเรียนรู้ความเป็นไทยผ่านมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของประเทศที่รวบรวมไว้ในเมืองโบราณแห่งนี้ อาทิ กิจกรรม "Walk Rally เรียนรู้วิถีไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” 4 ฐาน ที่น้องๆ เยาวชนทั้ง 3 กลุ่ม มีเวลา 25 นาทีในการทำกิจกรรมแต่ละฐาน เริ่มต้นความสนุกกับฐานแรกกับข้าวกับปลา และการหุงหาอาหาร เด็กๆ ต้องปฏิบัตรภารกิจร่วมกันกับเพื่อนๆ ภายในกลุ่มช่วยกันทำ "ข้าวหลาม" ให้สำเร็จพร้อมรับประทาน
อย่าง ดารารัตน์ ตันหยงมาศ หรือน้องบุษ อายุ 8 ปี นักเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนไผทอุดมศึกษา กทม. ที่ได้เข้าร่วมกิจกรรม ยัง เอ็มอีเอ เป็นครั้งแรก ได้ลงมือทำข้าวหลามด้วยตัวเอง แบ่งหน้าที่กันทำ มีฝ่ายกรอกข้าวเหนียวลงกระบอก และฝ่ายจุดไฟ ที่ทุกคนพร้อมใจช่วยกันทำ เกิดความสามัคคีร่วมกันภายในกลุ่ม ให้รางวัลตนเองเป็นข้าวหลามให้ได้ลองชิมรสชาติความอร่อยกันทั่วหน้า
น้องบุษ บอกด้วยว่า ได้เปิดประสบการณ์วิธีการสีข้าวแบบสมัยโบราณ ในฐานวัฒนธรรมพื้นบ้านและการทำขนม ให้ทุกคนในกลุ่มช่วยกันตำข้าวจากข้าวเปลือกเป็นข้าวสารให้ได้ 1 กิโลกรัม ด้วยครกกระเดื่องทิ้งน้ำหนักตัวให้เกิดการกระแทกข้าวเปลือกเป็นข้าวสาร แล้วนำข้าวมาใส่กระด้งฝัดข้าวให้เปลือกข้าวหลุดออกไปเหลือเพียงข้าวสารพร้อมหุงเหมือนที่ขายตามท้องตลาด
ส่วน ธนโชค วานิชผดุงธรรม หรือ น้องฮั้น นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนซางตาครู้สศึกษา กทม. ตื่นเต้นฐานถ้วยชามรามไห และปั้นหม้อดินเป็นที่สุด หลังรับฟังเทคนิคการปั้นจากวิทยากรชาวบ้าน จึงลงมือปั้นดินด้วยตัวเอง ใช้มือชุบน้ำให้เปียกทั้งสองข้างเพื่อขึ้นรูปหม้อดินใช้มือประคองด้านข้างพร้อมใช้นิ้วโป้งกดลงตรงกลางให้เป็นช่อง เป็นหมอดินปั้นสมใจคิด
เช่นเดียวกับ อิทธิพันธ์ กลั่นความดี หรือน้องชาร์ม อายุ 8 ปี โรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม กทม. ได้ปั้นดินกับเพื่อนๆ เป็นครั้งแรกสนุก ได้รับความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับประเภทของดินที่มีคุณภาพในการนำมาปั้น เช่น ดินแดงใน จ.ราชบุรี เป็นดินที่เหมาะสำหรับการปั้นโอ่ง ดินดำเหมาะกับงานปั้นดินเผา ดินขาวใช้ในประเภทงานเซรามิก เป็นต้น
กิจกรรมในฐานสุดท้าย ลานพื้นบ้านสราญสุขใจ เด็กๆ ทุกคนได้รับชมการแสดงรำไทยภาคอีสาน ที่สวยงามท่าทางการร่ายรำที่เคลื่อนตัวตามจังหวะดนตรี สร้างรอยยิ้มและความประทับใจแก่เด็กๆ ที่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า "สนุกครบเครื่องจริงๆ"
กิจกรรม “Young MEA" ยังไม่หมดแค่นี้ เพราะวันที่ 21 พฤศจิกายนนี้ สมาชิกยัง เอ็มอีเอ จะร่วมกันสร้างห้องสมุดดิน ณ สวนรถไฟ หรือผู้สนใจร่วมบริจาคหนังสือให้ห้องสมุดดินได้ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์สำนักงานใหญ่ การไฟฟ้านครหลวง โทร.1130
0 กิตติยา ธนกาลมารวย 0



