
บ้านโป๊ยก่วยไม่บาน
สวัสดีครับแฟนๆ ชาวบ้านไม่บาน สำหรับในสัปดาห์นี้ผมจะนำเสนอรูปแบบ บ้านไม่บานที่มีรูปทรงอันเป็นมงคลสูงสุดอีกรูปทรงหนึ่ง คือ รูปทรง 8 เหลี่ยม ที่ชาวจีนเรียกว่า โป๊ยก่วย ก็เป็นที่ทราบกันดีครับว่า จีน เป็นประเทศที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
เป็นผลให้ทรัพยากรธรรมชาติในประเทศจึงมีไม่ค่อยจะเพียงพอ ในอดีตชาวจีนจึงมักจะอพยพหาแหล่งทำมาหากินไปยังดินแดนโพ้นทะเล กระจัดกระจายไปยังส่วนต่างๆ ของโลก ประกอบสัมมาอาชีพจนประสบผลสำเร็จระดับอภิมหาเศรษฐีกันเป็นจำนวนมาก ได้รับการยกย่องจากประเทศต่างๆ ว่า เป็นผู้ที่มีความขยันขันแข็งในการประกอบอาชีพ
เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของชาวจีน นอกเหนือจากความมานะ วิริยะ อุตสาหะ คือ การรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีโบราณที่ตกทอดสืบกันมา ไม่ว่าจะย้ายถิ่นฐานไปอยู่แห่งหนตำบลใดก็ตาม (รวมทั้งเมื่อชาวจีนได้อพยพมาตั้งรกรากที่ประเทศไทย) ก็จะมีเรื่องราวความเชื่อเก่าแก่นับเป็นพันๆ ปี ของชาวจีนสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งคติความเชื่อเหล่านี้ได้ถูกนำติดตัวมาพร้อมกับชาวจีนและได้ถูกนำมาเผยแพร่ หนึ่งในจำนวนนั้นคือหลักเคหศาสตร์ที่เรียกกันว่า “ฮวงจุ้ย” อันเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการจัดวางตำแหน่งทำเลที่ตั้งของสิ่งปลูกสร้างต่างๆ อันเกี่ยวเนื่องกับความเป็นมงคล ตัวอย่างเช่น รูปทรงของอาคาร ทิศทางของประตูหน้าต่างของบ้านเรือน รวมไปถึงการอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อทำการเคารพบูชา หรือการตั้งวางวัตถุมงคล เพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้ายต่างๆ
ในหลักเคหศาสตร์ที่เรียกกันว่า “ฮวงจุ้ย” นั้น มีหลักของ พยากรณ์ศาสตร์ ที่มีชื่อเรียกรวมว่า "อู่ ซู่" มีความหมายรวมถึง "ซาน อี ผู่ มิ่ง เซี่ยง" สามารถแยกความหมายออกไปตามลำดับต่อไปนี้ครับ “ซาน” คือการบำเพ็ญเพียร, “อี” คือวิชาการแพทย์, “ผู่” คือการทำนายโชคชะตา, “มิ่ง” คือการดูดวงชะตา และ “เซี่ยง” คือการดูลักษณะบ้านเรือน แต่ในปัจจุบันที่ยังคงเป็นที่นิยมของชาวจีนนั้นอยู่ในหมวด “ผู่” และ “เซี่ยง” โดย “ผู่” คือการเสี่ยงเซียมซี, “เซี่ยง” คือ การนิยมแขวนยันต์แปดทิศ (กระจก) "โป๊ยก่วย" ไว้หน้าบ้าน เพื่อป้องกันเภทภัยที่จะมากล้ำกรายครอบครัว
โดย "โป๊ยก่วย" นั้นเป็นยันต์แปดทิศ ในอดีต พระเจ้าฟูชิ กษัตริย์ของจีนโบราณทรงคิดค้นขึ้น โดยเอารูปแบบของ หยินและหยาง มาผสมผสานกันรังสรรค์เป็นสัญลักษณ์แห่งการคุ้มครองและสกัดสิ่งชั่วร้าย เพื่อป้องกันอำนาจจากวิญญาณร้ายที่จะเข้ามาสู่อาคารบ้านเรือนครับ
หากพิจารณาลงลึกในรายละเอียดจะเห็นได้ว่า “โป๊ยก่วย” เป็นเสมือนเครื่องรางปกป้องคุ้มครองภยันอันตราย รวมไปถึงบรรดาสิ่งอันเป็นอัปมงคล บางคนก็ใช้ยันต์แปดทิศมาติดเพื่อสะท้อนสิ่งชั่วร้ายมิให้มาแผ้วพาน ทั้งยังถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเสริมสิริมงคลให้แก่อาคารบ้านเรือน
จากหลักเคหศาสตร์ “ฮวงจุ้ย” ที่ผมได้กล่าวมาพอสังเขปข้างต้น จะเห็นได้ว่า “โป๊ยก่วย” (ที่พัฒนาขึ้นมาจากรูปแบบของหยินและหยาง) ได้ถูกนำมาใช้เพื่อก่อให้เกิดสิริมงคลเสริมดวงชะตาบารมีแก่เจ้าของอาคารบ้านเรือนมานานนับพันปี นอกจากนั้นแล้ว “โป๊ยก่วย” ทรง 8 เหลี่ยม ก็ยังหมายถึงความมั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์ยิ่งๆ ขึ้น คล้ายๆ กับ รูปทรงอินฟินิตี้ ซึ่งหมายถึงการเจริญรุ่งเรืองไปข้างหน้าอย่างไม่รู้จบ
ในสภาพเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองที่กำลังวุ่นวาย เพราะคนไทยแบ่งออกเป็นก๊ก เป็นเหล่า อีกทั้งยัง ไม่รู้รักษ์สามัคคี ทะเลาะกันเองไม่พอ ยังไปชวนเอาเพื่อนบ้านมาร่วมทะเลาะด้วย เปรียบได้กับการชักศึกเข้าบ้าน โดยฝีมือคนไทยด้วยกันเอง ดูๆ ไปก็น่าสังเวชและอเนจอนาถใจเป็นอย่างยิ่งครับ พอรู้สึกสับสนไม่รู้จะพึ่งใคร ดังนั้นในช่วงนี้คงต้องอาศัยพลังของ “โป๊ยก่วย” ที่ผมได้นำมามีส่วนร่วมในการ ออกแบบบ้านไม่บาน ซึ่งผลที่ได้ก็ออกมาเป็น บ้านไม่บานที่พอเพียง งามง่าย อันเป็นทั้งที่รักและที่พัก ดังที่ท่านเห็นนี่แหละครับ นอกจากนั้นยังเป็น บ้านไม่บานที่มีรูปทรงของการออกแบบและวางผังเป็นรูป “โป๊ยก่วย” ทรง 8 เหลี่ยม ที่ถูกต้องตามหลักเคหศาสตร์ “ฮวงจุ้ย” อยู่แล้วมีแต่เฮงกับเฮง รวยกันไม่เลิก รวยกันไปเรื่อยๆ ไม่มีจบไม่มีสิ้นไปจนถึงรุ่นลูกหลาน เหลน โหลน เลยครับ
สำหรับสาระน่ารู้เกี่ยวกับ บ้าน “โป๊ยก่วย” ไม่บานที่ถูกหลัก “ฮวงจุ้ย” ยังมีสาระน่ารู้อีกมาก เอาไว้ติดตามกันต่อภาค 2 ในสัปดาห์หน้า สัปดาห์นี้คงมีสาระน่ารู้เพียงแค่นี้ครับ ชาวบ้านไม่บานท่านใดสนใจที่จะหารายละเอียดและข้อมูลของอาคารบ้านเรือนที่ไม่บานหรืออพาร์ตเมนต์ไม่บานย้อนหลังก็สามารถเข้าไปศึกษาหาความรู้กันได้ใน เว็บไซต์ยอดฮิตของชาวคนรักบ้าน www.homeloverthai.com แล้วพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้า สวัสดีครับ



