
"ต่าย" นิทรา เล่น "เตะ-ต่อย" ปล่อยความเครียด
ในวงการสาวสังคม ผู้ที่จะได้ก้าวขึ้นสู่ทำเนียบว่าเป็น "เซเลบริตี้" สุดเปรี้ยว เฉี่ยว และมั่น โดยเฉพาะเรื่องเครื่องแต่งกายและการใช้ชีวิตท่ามกลางงานปาร์ตี้สุดชิคค์ มีอยู่เพียงไม่กี่หยิบมือ และหนึ่งในนั้นก็มีชื่อของ "ต่าย" นิทรา กิติยากร ณ อยุธยา บรรณาธิการอ
"จะว่าไปแล้ว ต่ายเติบโตมาในครอบครัวที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพ ทั้งคุณพ่อคุณแม่จะเป็นต้นแบบในการออกกำลังกาย ตัวเองจึงเหมือนถูกปลูกฝังให้เล่นกีฬาตั้งแต่เด็กๆ เรื่อยมาจนติดเป็นนิสัยถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นกีฬาประเภทไหนเล่นได้หมดทั้งตีเทนนิส ว่ายน้ำ บาสเกตบอล แบดมินตัน โยคะ วิ่งบนลู่ แต่พอมาช่วงหลังๆ นี้ จะโปรดปรานกีฬาประเภทเอ็กซ์ตรีมมากกว่า อาทิ เซิร์ฟบอร์ด และสกี " สาวเปรี้ยวแห่งวงสังคมเกริ่นถึงตัวตนของตัวเองให้ฟังคร่าวๆ ในวันที่ คอลัมน์ ขอเวลานอก มีโอกาสตามติดเธอที่ควงทั้งลูกสาวและลูกชายไปเรียน "แม่ไม้มวยไทย" ด้วยกันที่แฟร์เทกซ์ยิม ซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณอาร์ซีเอ
จากว่ายน้ำ โยคะ สกี สู่ "สังเวียนผ้าใบ" ผู้บริหารสาวนิตยสารชื่อดังเล่าให้ฟังในขณะที่กำลังยืดเส้นยืดสายเป็นการอบอุ่นร่างกายเพื่อเข้าสู่ชั่วโมงเรียนแม่ไม้มวยไทยอย่างมุ่งมั่นว่า ก่อนหน้านี้ได้รู้จักสนิทสนมกับ หนุ่มเปรม บุษราคัมวงษ์ ทายาทแห่งค่ายแฟร์เทกซ์ สปอร์ต คลับ แอนด์ โฮเต็ล จึงได้พาน้องๆ ที่เข้าร่วมในโครงการ "เมน'ส เฮลธ์ กายส์ ชาเล็นจ์" ไปเข้าค่ายร่วมทำกิจกรรมที่พัทยา เพื่อเข้าโปรแกรมการดูแลตัวเอง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีการลงนวมซ้อมกับบรรดาครูมวยผู้เชี่ยวชาญด้วย และด้วยนิสัยรักการออกกำลังกายเป็นทุนเดิมจากการเฝ้าชมเพียงอย่างเดียว จึงถือโอกาสนี้ทดลองเรียนรู้บ้าง จากวันนี้ก็เข้าขั้นติดใจกันทั้งแม่ทั้งลูกมาจนถึงทุกวันนี้
กีฬาทุกชนิดล้วนส่งผลดีต่อผู้เล่น ขณะที่ "โยคะ" ช่วยฝึกสมาธิและฝึกหายใจ ส่วน "วิ่งบนลู่" ส่งผลกล้ามเนื้อหัวใจทำงานอย่างเต็มที่ ในขณะที่ "ชกมวย" ก็ช่วยฝึกด้านสมองอีกทั้งยังช่วยปลดปล่อยความเครียดได้อย่างดี ด้วยเหตุผลนี้เองจึงเป็นเสมือนแม่เหล็กพลังมหาศาลดึงดูดสาวผู้มีใจรักการออกกำลังกายเป็นทุนเดิมอย่าง "ต่าย" เต็มใจสวมนวมเรียนต่อยเตะอย่างน้อยๆ ต้องมีสัปดาห์ละครั้ง
"เวลาเหนื่อยๆ หรือรู้สึกเครียดๆ จากการทำงาน ก็จะมาลงนวมชกกับครูมวย ซึ่งก็ช่วยปลดปล่อยได้มากทีเดียว แต่สิ่งที่ได้นอกเหนือจากนั้น คือ ชกมวยการฝึกให้ทั้งสองข้างได้ทำงานบาลานซ์กัน เพราะผู้เล่นกีฬาชนิดนี้ยังต้องใช้สายตา มือและขาทั้งสองข้างให้มีสัมพันธ์กัน ใช่เพียงการฟาดแข้งฟาดแขนให้ถูกเป้าหรือเพียงแค่ขับเหงื่อเท่านั้น" ไม่พูดเปล่าสาวต่ายจัดแจงฟุตเวิร์กไปรอบๆ ตัวครูฝึกแล้วจัดแจงแย็บซ้ายแย็บขวาโชว์ลีลาแม่ไม้มวยไทยทันที
แต่ด้วยอุปนิสัยที่เป็นคนจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงานหรือกิจกรรม ดังนั้นเวลาทำอะไรคุณแม่ลูกสองอย่าง "น้องเฟ" สุษมา และ "น้องฟา" ชานน ต้องทุ่มสุดตัว โดยไม่เคยคิดถึงผลเสียที่จะตามมา ส่งผลให้บ่อยครั้งที่ร่างกายได้รับบาดเจ็บอย่างหนักจากกีฬาที่รัก
"สมัยก่อนตอนที่ฮิตตีเทนนิส ต่ายตีๆๆ ทุกวันและตีอย่างแรงจนหัวไหล่หลุดเลย ต้องหยุดเล่นไปพักใหญ่ๆ ล่าสุดก็เมื่อ 2 ปีที่แล้วประสบอุบัติเหตุจากการเล่นสกี บาดเจ็บที่บริเวณหัวเข่าข้างขวาค่อนข้างหนัก ถึงขนาดเดินไม่ได้หนึ่งปีเต็มๆ ต้องนั่งรถเข็นอย่างเดียว ทั้งรู้สึกอึดอัดทั้งหงุดหงิด เพราะมันไม่คล่องตัวไม่สะดวกเลย ก็ได้เฝ้าบอกตัวเองว่าเราจะต้องเดินให้ได้ เราต้องไม่ยอมแพ้ ในที่สุดก็กลับมาเดินได้และต่อยมวยเป็นปกติเพียงแต่ต้องคอยระมัดระวังบริเวณหัวเข่าไม่ให้กระทบกระเทือนแรงๆ เท่านั้น" ผู้บริหารสาวเล่าพลางฟาดแข้งเข้าเป้าอย่างหนักหน่วงโดยไม่มีท่าทีว่าจะมีอาการบาดเจ็บอย่างที่เอ่ยแม้แต่น้อย
ถึงจากเพลี่ยงพล้ำให้กับกีฬาที่รักจนเกือบพิการมานับครั้งไม่ถ้วน กระนั้น "สาวต่าย" ก็ยังยืนยัน นอนยัน นั่งยันว่า การออกกำลังกายส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างแน่นอน หากไม่หักโหมหรือบ้าพลัง (เหมือนเธอ) จนเกินไป โดยเฉพาะชีวิตในเมืองหลวงที่วันๆ มีแต่ความวุ่นวาย และการแข่งขันสูงปรี๊ดดด ยิ่งต้องหาเวลาในแต่ละวันเพื่อดูแลตัวเอง และการออกกำลังกาย ก็นับว่าเป็นการให้รางวัลแก่ตัวเองอย่างมีค่าที่สุด เพราะ...คนเรา "ต้อง" รักตัวเอง...นี่แหละตัวตนของคนที่ได้ชื่อว่าสาว (สุด) เปรี้ยวแห่งวงสังคม
เรื่อง... "กอบแก้ว แผนสท้าน"
ภาพ..."กุลพันธ์ ศิริพิมพ์อัมพร"



