
ให้ทุนทำกิน-สร้างอาชีพเพิ่มโอกาสทางสังคมผู้ติดเชื้อ
ผู้ติดเชื้อเอชไอวีมักถูกปฏิเสธการจ้างงาน ขาดรายได้เลี้ยงครอบครัว กองทุนธนาคารพัฒนาหมู่บ้านนี้ จึงเปิดโอกาสการลงทุนประกอบอาชีพของผู้ติดเชื้อ ให้พึ่งพาตนเองได้ ควบคู่กิจกรรมสร้างความเข้าใจการอยู่ร่วมผู้ติดเชื้อในชุมชน
วรวรรณ จันทร์มโน หรือ พี่แจ้ อายุ 35 ปี กรรมการธนาคารพัฒนาหมู่บ้าน บ้านสันกอง หมู่ 7 อ.แม่จัน จ.เชียงราย เล่าถึงแนวทางช่วยเหลือพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผ่านกองทุนโครงการ ”ปาท่องโก๋” ของมูลนิธิไฟเวอร์และไฟเซอร์ อิงค์ ร่วมกับสมาคมพัฒนาประชากร (พีดีเอ) ให้ผู้ติดเชื้อและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อเอชไอวี กู้ยืมระยะสั้น ดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 50 สตางค์ ชำระหนี้ 1 ปี ไม่จำกัดจำนวนที่ยื่นกู้ ยกหนี้ให้แก่ผู้ติดเชื้อหากเสียชีวิต
ดอกเบี้ยเงินฝากโครงการปาท่องโก๋ในธนาคารพัฒนาหมู่บ้าน ส่วนหนึ่งนำมาใช้กิจกรรมรณรงค์สร้างความรู้ ความเข้าใจชุมชน ร่วมกับ พระครูศุภกิจประยุต เจ้าคณะตำบลแม่ไร่ วัดสันกอง และพีดีเอ ตั้งแต่ปี 2543 ถึงปัจจุบัน ให้คนในชุมชนเข้าใจตรงกันว่า คนปกติอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อได้ การสัมผัสโอบกอดกัน หรือดื่มน้ำแก้วเดียวกันนั้นไม่ทำให้ติดเชื้อ
ปัจจุบันชุมชนบ้านสันกองมีประชากรอาศัยอยู่กว่า 900 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อเอชไอวี ฝ่ายหญิงติดเชื้อจากฝ่ายชาย เด็กๆ ในหมู่บ้านส่วนหนึ่งจึงติดเชื้อจากแม่ขณะตั้งครรภ์ด้วย มีคู่ปาท่องโก๋ทั้งสิ้น 7 คู่ ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของธนาคาร ที่ผ่านการอบรมความรู้เรื่องโรคเอดส์ ก่อนเป็นผู้กู้ร่วมกันที่เลือกโดยผู้ติดเชื้อ เสนอโครงการร่วมกันกู้เงินลงทุนทำอะไร
“สิ่งที่กลัวมากที่สุดในชีวิตไม่ใช่การติดเชื้อเอชไอวี แต่กลัวการไม่มีงาน ไม่มีเงินเลี้ยงครอบครัว ต้องเป็นภาระผู้อื่น ผู้ติดเชื้อทุกคนต่างหวังให้คนในสังคมเข้าใจมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เป็นกำลังใจชีวิตหยัดยืนสู้โรคร้าย” พี่อ้อย (นามสมมติ) อายุ 40 ปี บอกความรู้สึกทั้งน้ำตา
ปี 2536 พี่อ้อย ติดเชื้อเอชไอวีจากสามี คนรอบข้างในชุมชนต่างหวาดกลัว ไม่กล้ามีปฏิสัมพันธ์สัมผัสใกล้ชิด ชีวิตอยู่อย่างลำบากหลังสามีเสียชีวิติ ต้องกู้เงินนอกระบบเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดูแลลูกสาว 2 คน คนโตติดเชื้อแต่ไม่มีอาการ แต่ต้องไปตรวจสุขภาพทุกๆ 6 เดือน พร้อมกับดูแลญาติ 2 คนของสามีที่พิการ
กระทั่งปี 2547 ได้เข้าร่วมโครงการปาท่องโก๋ กู้เงินทุนมูลนิธิไฟเซอร์ผ่านธนาคารพัฒนาหมู่บ้าน บ้านสันกอง คู่กับ สุขแก้ว แก้วมงคล หรือพี่คำมูล อายุ 48 ปี เพื่อนคู่คิดคอยให้ความช่วยเหลือยามเดือดร้อน ร่วมกันลงทุนขายลอตเตอรี่ พอมีรายได้เลี้ยงครอบครัวทั้ง 5 ชีวิต รวมถึงได้เข้าร่วมกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดกับเพื่อนๆ สมาชิกทั้งผู้ติดเชื้อและผู้สุขภาพดี ให้กำลังใจกันเป็นแนวทางดำรงชีวิต
การให้ทุนทำกินสร้างอาชีพแก่ผู้ติดเชื้อควบคู่ไปกับการสร้างความเข้าใจการอยู่ร่วมกันในชุมชนระหว่างคนปกติกับผู้ติดเชื้อ สร้างบรรยากาศชุมชนเป็นสุขให้ค่อยๆ เกิดขึ้นภายในชุมชนไม่หวาดระแวงรังเกียจผู้ติดเชื้อ มองเห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์ซึ่งกันและกัน
วันนี้ พี่อ้อย ได้รับโอกาสจาก ดวงใจ ปันต๊ะ ผู้ดูแลกิจการโรงงานเย็บกระเป๋า ที่เปิดใจยอมรับไม่เลือกปฏิบัติ และไม่รังเกียจรับผู้ติดเชื้อเข้าทำงานร่วมกันหลายคน ชีวิตนี้มีความหวังมีแรงใจสู้ต่อไป
เช่นเดียวกับ พี่มารถ (นามสมมติ) อายุ 38 ปี ติดเชื้อเอชไอวีจากการเที่ยวกลางคืน ที่ประกอบกิจการส่วนตัวขายผลไม้และทำไร่สับปะรดคู่กับหลานสาว มีเงินทุนหมุนเวียนสร้างรายได้นับหมื่นบาท พอเพียงสำหรับการเลี้ยงดูครอบครัว ส่งเสียลูกชายที่ไม่ติดเชื้อมีอนาคตที่ดีทางการศึกษา
ทุกวันนี้เขาเลิกเหล้า เลิกเที่ยว สอนทักษะการชกมวยไทยแก่เด็กและเยาวชนในชุมชนบ้านป่ารวก ต.นางแล จ.เชียงราย จนเด็กๆ ได้เป็นตัวแทนไปแข่งในระดับจังหวัด
“คนเราต้องรู้เห็นคุณค่าของตน แม้อยู่ในสภาพร่างกายแบบใดก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ผู้ที่เผชิญปัญหาติดเชื้ออย่าได้ยอมแพ้ หมั่นดูแลสุขภาพ เปิดใจยอมรับสิ่งที่เป็นแล้วเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน แล้วเราจะอยู่ในสังคมได้เฉกเช่นคนอื่นๆ” พี่มารถฝากทิ้งท้าย
0 กิตติยา ธนกาลมารวย 0



