ไลฟ์สไตล์

เผยแนวโน้มเด็กใช้ความรุนแรงเพิ่มกว่า10%

เผยแนวโน้มเด็กใช้ความรุนแรงเพิ่มกว่า10%

12 พ.ย. 2552

สถาบันสุขภาพจิตเด็กฯ เผยแนวโน้มเด็กใช้ความรุนแรงเพิ่มขึ้น กว่า10% และเด็กทำผิดกฎหมายอายุน้อยลง ชี้สาเหตุปัญหามาจากครอบครัวกว่า 60% ยันผลการศึกษา การสื่อสารระหว่างเด็กไม่ถูกต้องต้นเหตุก่อทะเลาะวิวาทกว่า 80%

 แพทย์หญิง ณัฏฐิณี ชินธจิตพันธุ์ จิตแพทย์เด็กสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ เปิดเผยว่า สถานการณ์พฤติกรรมและการใช้ความรุนแรงในเด็กในปี 2552 นั้น มีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่า 10 %เมื่อเปรียบเทียบกับตัวเลขจากการสำรวจในระยะเวลา 2 ปีต่อ 1 ครั้ง ในปี 2547 และ 2550 ซึ่งคาดว่าแนวโน้มของพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงในเด็กจะมีรูปแบบในการใช้ความรุนแรงในหลากหลายขึ้นและที่สำคัญพบว่าเด็กที่ใช้ความรุนแรงจนถึงกระทั่งกระทำผิดทางกฎหมายมีอายุที่น้อยลง จะอยู่ในช่วงอายุ 12 -18 ปี

 จากการสำรวจติดตามปัญหาพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงของเด็กในช่วงล่าสุด (ปี2550-2551) ของสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ พบว่าปัญหาที่เป็นผลกระตุ้นให้เด็กใช้ความรุนแรงนั้นมีผลมาจากครอบครัวกว่า 60% เช่น ปัญหาเด็กขาดความอบอุ่น พ่อแม่หย่าร้าง การใช้อารมณ์ที่รุนแรงในการบังคับเด็กของพ่อแม่ การกักกั้นอาณาเขต เป็นต้น

 นอกจากนี้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างมากก็คือปัญหาที่เกิดจากสื่อ ที่มีผลต่อการรับรู้และการแสดงออกลอกเลียนแบบของเด็ก โดยเฉพาะเกมส์ที่มีรูปแบบใหม่มากขึ้นและมีผลในการตอบสนองเด็กให้มีพฤติกรรมที่อยากลอกเลียนแบบ นอกจากนั้น การเข้าสังคมของเด็กวัยรุ่นจะมีสังคมเพื่อนของตัวเอง เด็กก็จะได้รับสิ่งกระตุ้นที่เกิดจาการชักชวนจากเพื่อน คือ การดื่มสุรา ยาเสพติด การทะเลาะวิวาท

 โดยเฉพาะการทะเลาะวิวาท กว่า 80% จากการศึกษาวิจัยเชื่อว่าการก่อเหตุทะเลาะวิวาทในเด็กและวันรุ่น เกิดจากการสื่อสารระหว่างเด็กนั้นไม่ถูกต้องจึงเกิดการเข้าใจผิด อาจเป็นเพราะเด็กขาดต้นแบบในการสื่อสารที่ดี อีกอย่างหนึ่ง เด็กมีความเข้าใจผิดว่าการใช้ความรุนแรงนั้นเป็นหนทางที่จะสามารถแก้ปัญหาได้ในหลายเรื่อง เมื่อใช้จนเคยชินก็จะทำให้เด็กนั้น รู้สึกว่าตนเองนั้นมีอำนาจ มีผู้ยกย่อง ก็จะทำให้เด็กใช้ความรุนแรงเป็นนิสัยและนำไปสู่กระกระผิดกฎหมายในที่สุด

 แพทย์หญิงณัฏฐิณี กล่าวอีกว่า วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือ ตัวเด็กเองควรที่จะได้เรียนรู้กับทักษะการแก้ปัญหาชีวิตที่ถูกต้อง ทักษะการควบคุมอารมณ์ในการสื่อสาร ฉะนั้น พ่อแม่ ผู้ปกครอง โรงเรียน สถานศึกษา ก็ควรที่จะเป็นต้นแบบที่ดีในการอบรมสั่งสอนและเปิดพื้นที่ในทางบวกให้กับเด็กและวัยรุ่น อีกทั้งตัวสื่อเองไม่ว่าจะเป็นสื่ออินเทอร์เน็ต เกมส์ ก็ควรจะออกมาในรูปแบบที่สร้างสรรค์ ทั้งนี้ก็อยู่ที่จรรยาบรรณของผู้ผลิตสื่อด้วย และการควบคุมดูแลของทางพ่อแม่ผู้ปกครองก็ควรที่จะเอาใจใส่เด็กไม่ให้ตกเป็นเยื่อของสื่อที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงการควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายและรัฐบาลด้วย