ไลฟ์สไตล์

หมออนามัยรับได้สธ.เปิดช่องสอ.นำงบปรับปรุงอาคารแทน

หมออนามัยรับได้สธ.เปิดช่องสอ.นำงบปรับปรุงอาคารแทน

11 พ.ย. 2552

นายไพศาล บางฉวด นายกสมาคมวิชาชีพหมออนามัย กล่าวถึงกรณีที่ทางคณะทำงานทบทวนโครงการไทยเข้มแข็ง กระทรวงสาธารณสุข เตรียมเสนอ ครม. ปรับเปลี่ยนการใช้งบประมาณในส่วนของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)

ในกรณีที่ รพ.สต.แห่งใด ไม่ต้องการจัดซื้อครุภัณฑ์ 46 รายการที่กำหนด สามารถนำงบดังกล่าวไปใช้ในการปรับปรุงอาคารสถานที่ได้ว่า หากเป็นไปตามข้อเสนอดังกล่าวจริง คิดว่าทางพื้นที่คงพอใจ แต่โดยความเห็นส่วนตัวแล้วคิดว่า แม้ว่าจะสามารถนำงบไปใช้ในการปรับปรุงสถานที่ได้จริง ประชาชนก็ไม่ได้เป็นผู้ได้ประโยชน์เต็มที่ แต่เป็นเจ้าหน้าที่มากกว่า อย่างไรก็ตามในการพิจารณาปรับปรุงสถานที่นั้น ควรเปิดช่องให้เป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ รพ.สต. ซึ่งจะทราบถึงความต้องการและดำเนินการได้อย่างเหมาะสม ไม่ใช่ให้ส่วนกลางหรือ สสจ. เป็นผู้กำหนด

 นายไพศาล กล่าวว่า การให้งบประมาณในการพัฒนาสถานีอนามัยนั้น หากต้องการให้เกิดประโยชน์ต่อชาวบ้าน ควรให้ทางสถานีอนามัยเป็นผู้กำหนดหรือนำเสนอ ไม่ใช่ส่วนกลางเป็นผู้พิจารณาและจัดรายการจัดซื้อมาให้ ซึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ รายการจัดซื้อเครื่องตัววัดความดันแบบอิเล็กทรอนิกส์ ราคาเกือบแสนบาท ซึ่งควรติดตั้งในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ มีผู้ป่วยมาก 300 คน แต่ที่สถานีอนามัยบางแห่งมีผู้ป่วยแค่ 40-50 คน จึงไม่จำเป็น นอกจากนี้ครุภัณฑ์ที่จัดซื้อนั้นควรที่จะใช้ทำงานร่วมกับ อสม.ได้เพื่อที่จะได้เป็นเครือข่าย เน้นการสร้างเสริมและฟื้นฟูสุขภาพ เช่น เครื่องวัดความดันชนิดใช้มือบีบ เตียงผู้ป่วยเพื่อใช้สำหรับฟื้นฟูสรรถภาพร่างกายผู้ป่วย เครื่องฟอกอากาศ ชุดเครื่องช่วยหายใจเพื่อใช้สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคหอบหืด ซึ่งให้ผู้ป่วยยืมกลับไปใช้ที่บ้านได้ แต่ก็ไม่มีการกำหนดในรายการครุภัณฑ์ แต่กลับมีรายการเครื่องมือแพทย์แทน

 นายไพศาล กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการเสนอให้จัดทำสถานีอนามัยเป็นระบบโหนดนั้น เท่าที่พูดคุยกันส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เพราะจะก่อให้เกิดปัญหางบประมาณจะไปกองที่ใดที่หนึ่ง แทนที่จะกระจายออกไป ซึ่งในอดีตเคยมีการนำระบบนี้มาใช้แล้วในช่วงที่ยังไม่มีสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งงบประมาณมาจากกระทรวงสาธารณสุขเพียงแห่งเดียว แต่ขณะนี้ไม่ใช่เพราะงบประมาณมาจากหลายส่วน ทั้ง สปสช. งบท้องถิ่น และงบประมาณปกติ การจัดทำระบบโหนดอาจก่อให้เกิดปัญหางบประมาณได้