ไลฟ์สไตล์

ว่าที่สมภารวัดโสธรฮึ่มเอาผิดแกนนำพระปลุกม็อบ

ว่าที่สมภารวัดโสธรฮึ่มเอาผิดแกนนำพระปลุกม็อบ

11 พ.ย. 2552

ว่าที่สมภารวัย 84 ยัน 16 พ.ย.เข้าบริหารวัดโสธร เผยหลังเกิดปัญหาทำรายได้วัดตก คาดมหาเถระเรียกรับตราตั้งเจ้าอาวาส 30 พ.ย.นี้ รักษาการเจ้าคณะจังหวัดเล็งเอาผิดแกนนำพระปลุกม็อบ ด้านผู้ช่วยเจ้าอาวาสคู่ชิงลั่นพร้อมลาออก

 แม้ว่ามติที่ประชุมมหาเถรสมาคมมีคำสั่งแต่งตั้งพระพิพิธกิจจาภิวัฒน์ อายุ 84 ปี เจ้าอาวาสวัดท่าสะอ้าน และเจ้าคณะอำเภอบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา แต่ปัญหาความวุ่นวายยังไม่สิ้นสุด เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พระพิพิธกิจจาภิวัฒน์กล่าวถึงการเคลื่อนไหวคัดค้านการแต่งตั้งเจ้าวาสวัดโสธรก่อนหน้านี้ว่า นอกจากจะสร้างความเสื่อมเสียแก่วัด พระสงฆ์ในวัด และ จ.ฉะเชิงเทราแล้ว ยังทำให้รายได้ของวัดโสธรต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ จะเข้าไปบริหารจัดการวัดให้เรียบร้อยเร็วที่สุด

 "อาตมาจะเน้นการมีส่วนร่วมของพระสงฆ์ในวัด จะต้องเรียกพูดคุยและให้นโยบายการทำงาน เพื่อพัฒนาวัดโสธรให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป ส่วนการทำหน้าที่เจ้าคณะอำเภอบางปะกงก็ต้องทำต่อไป โดยจะดูแลงานอยู่ที่วัดท่าสะอ้านและวัดโสธร ควบคู่กันไปพร้อมๆ กัน" พระพิพิธกิจจาภิวัฒน์กล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน นายสิทธิชัย กิตติกุล นายอำเภอบางปะกง พ.ต.อ.ณรงค์ สุภาทรัพย์ ผู้กำกับ (ผกก.) สภ.บางปะกง พระสงฆ์จากวัดต่างๆ และประชาชนทั่วไป ทยอยนำกระเช้าดอกไม้เข้าแสดงความยินดีกับพระพิพิธกิจจาภิวัฒน์ ที่สำนักงานวัดท่าสะอ้าน

 ส่วนการออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมคัดค้านการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดโสธรเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พระครูปริยัติธรรมกิจ มหาปุณโณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ และเจ้าคณะอำเภอท่าตะเกียบ รักษาการเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวยืนยันว่า มีความผิด เพราะฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมทั้งมีการเขียนใบปลิวโจมตีเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทราในทางเสื่อมเสียก็ถือเป็นความผิดด้วย เพราะเป็นพระผู้ปกครองชั้นใกล้ชิด เสมือนผู้บังคับบัญชา จะต้องสอบสวนเอาผิดพระสงฆ์ที่เป็นแกนนำการชุมนุม ซึ่งต้องรอให้พระเทพปัญญาเมธี เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งติดกิจนิมนต์ไปปฏิบัติศาสนกิจที่ประเทศพม่า เดินทางกลับมาก่อน

 ขณะเดียวกัน พระปริยัติกิจวิธาน เจ้าคณะอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธร กล่าวว่า เพื่อแสดงความรับผิดชอบหลังมหาเถระมีมติแต่งตั้งพระพิพิธกิจจาภิวัฒน์เป็นเจ้าอาวาสวัดโสธร ด้วยการลาออกจากตำแหน่ง

 "อาตมาพิจารณาแล้วเห็นว่า ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโสธรสร้างปัญหา และอาตมาเป็นต้นเหตุหนึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของวัดและพระสงฆ์ภายในวัด" พระปริยัติกิจวิธานกล่าว

 พระครูปลัดสันติภัทร ชุติปญฺโญ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธร กล่าวถึงการมารับตำแหน่งของเจ้าอาวาสวัดโสธรรูปใหม่ว่า จะไม่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้าน และยินดีจะร่วมกันทำงานในการพัฒนาวัดโสธรต่อไป แต่ต้องมีการบริหารงานที่โปร่งใส

 พระครูปลัดสันติภัทร ชุติปญฺโญ กล่าวอีกว่า การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ ทำใจไว้ล่วงหน้าแล้วว่า คงหมดหวังในเรื่องตำแหน่งต่างๆ ของคณะสงฆ์ แต่ก็พร้อมจะเคลื่อนไหวต่อไปเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของวัด

 ขณะที่ ดร.อำนาจ บัวศิริ ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม (มส.) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า หลังมหาเถระมีมติแต่งตั้งพระพิพิธกิจจาภิวัฒน์ ขั้นตอนต่อไปมหาเถระจะรับรองมติการแต่งตั้งในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ เพื่อทำบัญชาตราตั้งเสนอต่อสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ลงพระนาม ในการนี้สมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช จะเป็นผู้ลงนามแทนพระองค์ จะทำให้การแต่งตั้งเสร็จสมบูรณ์ ส่วนการรับพระบัญชาตราตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดโสธร คาดว่าจะมีการมอบในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งเป็นวันประชุมมหาเถระ โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ จะแจ้งให้พระพิพิธกิจจาภิวัฒน์ทราบและเดินทางมารับตราตั้งที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม อีกครั้ง