
การโยกย้ายที่ไร้กระบวนท่าในโลกของตำรวจ
พลเมืองดีน่าจะสำคัญกว่าการเป็นนักวิจัยที่ดีนะ นายตำรวจมือปราบพูดด้วยท่าทีสบายๆ โน้มน้าวใจให้ดิฉัน บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผู้กระทำผิด จากข้อมูลการศึกษาวิจัย ถึงแม้ว่าภาษาท่าทางและคำพูดของนายตำรวจจะเต็มไปด้วยความเมตตา ไม่มีการบังคับ ขู่เข็ญแต่ประการใด
ด้วยหลักการที่ชัดเจนและเข้าใจภารกิจที่แตกต่างกันระหว่างตำรวจกับนักวิจัย ผ่านการให้เหตุผลว่าเป้าหมายของการศึกษาหาข้อมูลของนักวิจัย มิใช่การรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ในการปราบปรามระดับบุคคลหรือกลุ่มคนเฉกเช่นภารกิจของตำรวจภาคปฏิบัติการ
การตัดสินใจ เลือกที่จะเป็นนักวิจัยที่ดี สร้างความรู้สึกอิหลักอิเหลื่อให้ดิฉัน ด้วยความคิดเห็นที่โต้แย้งว่า หากนายตำรวจมือปราบได้ข้อมูลเชิงลึกในบริบทของวิถีชุมชน สังคมวัฒนธรรม ตลอดจนเครือข่ายทางสังคมของกลุ่มคนน่าจะช่วยให้การปราบปรามอาชญากรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
มิใช่ว่าในโลกของตำรวจไม่มีระบบการจัดทำเครือข่ายผู้กระทำผิด หากแต่ความลึกซึ้งของข้อมูลมิได้ถูกส่งต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพในบริบทของการโยกย้ายเปลี่ยนแปลงหน้าที่ ข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ต่องานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมจะต้องเป็นข้อมูลที่แสดงถึงความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ (Exchange relationship) และการกระทำที่ผิดกฎหมาย
ข้อมูลในลักษณะดังกล่าวมีรูปแบบที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การโยกย้ายนายตำรวจโดยไม่ได้คำนึงถึงประสบการณ์ ความเข้าใจสังคม วัฒนธรรม ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มคนและความชำนาญพื้นที่จึงมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นายตำรวจแสดงความคิดเห็นว่า “เราต้องตรวจสอบข้อมูลที่ผู้ใต้บังคับบัญชารายงานด้วย ขืนเชื่อรายงานอย่างเดียวก็พังสิ”
นายตำรวจที่มุ่งหวังทำงานให้มีประสิทธิภาพและไม่หลงทางมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการระมัดระวังที่จะใช้ข้อมูลรวมถึงความพยายามในการหาข่าวเชิงลึก ที่ชัดเจน ถูกต้องและควรได้ข้อมูลอย่างรวดเร็วที่สุด
วัฒนธรรมการรายงานความจริงบางส่วน หมายถึงการที่ตำรวจเลือกสรรที่จะให้ข้อมูลบางอย่างแก่นายและปกปิดข้อมูลบางอย่าง เกิดมากขึ้นในโลกของโยกย้าย
ผศ.ปนัดดา ชำนาญสุข
[email protected]



