
ประกาศผลGAT/PATครั้งที่3เว็บไม่ล่ม
ผอ.สทศ.เผยคะแนนเด็กต่ำลงกว่าเดิม เหตุเปลี่ยนแนวข้อสอบ เดาได้ยาก ขณะที่บางคนอดได้คะแนนเต็ม เพราะหลงเชื่อคำตอบตามร.ร.กวดวิชา ฝากนร.ให้เชื่อมั่นในตนเอง ส่วนการโจมตีเว็บไซต์สทศ. ยังคงเกิดขึ้น พบเกิดจากไวรัสที่มากับคอมพ์ของเด็ก ไม่เกี่ยวกับจากกลุ่มผู้ไม่หวังดี
เมื่อวันที่ 10 พ.ย.2552ที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.) ดร.อุทุมพร จามรมาน ผอ.สทศ. กล่าวว่า สทศ.ได้ประกาศผลการสอบความถนัดทั่วไปหรือGAT และการสอบความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการหรือPATครั้งที่ 3 เดือนต.ค. รอบปกติและรอบพิเศษ ทางเวบไซต์ของสทศ. http://www.niets.or.th/ และเว็บไซต์ของบริษัทสามารถ อินโฟเน็ต ที่ www.gatpat.samart.co.th/GPSRegisterweb/ โดยขณะนี้มีเด็กเข้ามาดูคะแนนจนถึงเวลา 11.00 น. จำนวน 2 แสนคน ซึ่งทุกอย่างปกติ ราบรื่น ไม่มีปัญหาเรื่องเว็บล่ม ทั้งนี้นักเรียนสามารถมายื่นดูกระดาษคำตอบได้วันที่ 14- 20 พ.ย.2552 ส่วนสามารถดูกระดาษคำตอบได้ในวันที่ 19-20 ธ.ค.2552 นี้
ศ.ดร.อุทุมพร กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีเว็บไซต์สทศ.ถูกโจมตี ในครั้งนี้ยังคงเกิดขึ้น และถูกโจมตี กว่า 2 ล้านครั้ง แต่สทศ.ได้วางระบบการป้องกันไว้เรียบร้อย จึงไม่ก่อให้เกิดปัญหา และทราบอีกด้วยว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นไวรัสที่มากับคอมพิวเตอร์ของเด็ก เช่นเดียวกับการถูกโจมตีครั้งก่อน เพราะฉะนั้น คาดว่าการโจมตีเว็บไซต์สทศ.นั้น ไม่น่าจะเกิดจากกลุ่มคนผู้ไม่หวังดี อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวสทศ.จะขอดูผลจากเจ้าหน้าที่กระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสารหรือไอซีทีบริษัทเอกชน ที่ สทศ. ว่าจ้างให้ตรวจกรณีเว็บไซด์สทศ.ถูกป่วน เป็นผู้ยืนยันว่า เว็บไซด์ถูกป่วนจากไวรัสของเด็กหรือมีผู้ไม่หวังดีป่วนเว็บไซด์ กันแน่ และจะไม่ถอนแจ้งความจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อหาต้นตอและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
“คะแนนสอบในครั้งที่ 3 เดือนต.ค.และรอบพิเศษ เบื้องต้น พบว่า ภาพรวมคะแนนต่ำลงทุกวิชา โดยเฉพาะPAT1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์ คะแนนสูงสุด 270 คะแนน และ PAT3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ คะแนนสูงสุด 237 คะแนน ซึ่งสาเหตุที่คะแนนต่ำลงอาจเป็นเพราะสทศ.เปลี่ยนรูปแบบจากการสอบครั้งที่ 1 และ 2 ที่ส่วนใหญ่เป็นข้อสอบปรนัย มีคำตอบให้เลือก 4 ข้อ ทำให้เด็กสามารถเดาถูก 25% แต่ไม่สามารถวัดความสามารถที่แท้จริงของเด็กได้ สทศ.จึงเปลี่ยนรูปแบบกระดาษคำตอบให้เด็กคิดวิเคราะห์มากขึ้น เน้นคิดคำนวณ อ่านและระบายคำตอบ เป็นการวัดความสามารถของเด็กได้” ผอ.สทศ.กล่าว
ทั้งนี้ คะแนนGAT1 ซึ่งเป็นส่วนของการคิดวิเคราะห์ ในการสอบครั้งที่ 3 ยังมีเด็กได้คะแนนเต็ม แต่จำนวนไม่มากนัก เพราะเด็กเริ่มคุ้นเคย แต่บางส่วนใช้วิธีท่องจำและเชื่อคำแนะนำจากโรงเรียนกวดวิชาที่สอน ว่า มีคำตอบ 40 ข้อ แต่ความจริง มี 41 ข้อ เมื่อเด็กทำเสร็จก็ลบออกไป 1 ข้อ ทำให้ไม่ได้คะแนนเต็ม ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายมาก จึงอยากให้เด็กเชื่อมั่นในความคิดของตนเอง ไม่ควรเชื่อโรงเรียนกวดวิชา ส่วนที่ต้องมีคำตอบบ 41 ข้อ นั้นเนื่องจากผู้ออกข้อสอบทราบมาว่า ร.ร.กวดวิชา บอกเด็กว่ามี 40 ข้อ จึงต้องการดัดหลังร.ร.กวดวิชา และไม่อยากให้เด็กหลงเชื่อร.ร.กวดวิชามากนัก
ศ.ดร.อุทุมพร กล่าวต่อไปว่าเด็กที่ตั้งข้อสังเกตว่าข้อสอบครั้งที่ 3 ไม่ได้มาตรฐานเพราะยากกว่าครั้งที่ 1 และ 2 นั้น ขอยืนยันว่าข้อสอบได้มาตรฐาน และข้อสอบGAT/ PAT เป็นข้อสอบในการคัดเลือกบุคคล ต้องมีความยากและซับซ้อน แต่จากคะแนนที่ออกมา เด็กที่เก่งยังคงความเก่งอยู่ ไม่ว่าข้อสอบจะออกมาซับซ้อนหรือเปลี่ยนแปลงกระดาษคำตอบ ยังทำคะแนนได้สูง ส่วนที่อยู่ในระดับกลางๆ คะแนนค่อนข้างแกว่ง ซึ่งกลุ่มนี้ควรอ่านหนังสือให้มาก และพัฒนาตนเองให้เก่งขึ้น
สทศ. กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) ขอให้ สทศ.ลดค่าสมัครสอบลงนั้น ขึ้นกับ ทปอ. หากต้องการลดค่าสมัครสอบลง ต้องลดเวลาสอบลง แต่ ทปอ.ยังยืนยันให้สอบวิชาละ 3 ชั่วโมง ดังนั้น หากต้องลดค่าสมัครสอบลง สทศ.อาจยกเลิกการรายงานผลสอบทางไปรษณีย์ถึงตัวเด็ก ซึ่งเสียค่าใช้จ่ายคนละ 20 บาท อย่างไรก็ตาม อยากตั้งข้อสังเกตว่า การสอบตรงแต่ละครั้ง เด็กต้องเสียค่าสมัครถึง 1,200 บาทต่อครั้ง และเด็กสอบตรงหลายแห่ง อยากให้พิจารณาเปรียบเทียบกันด้วย



